sainil's profile~hANd The sIngER~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
~hANd The sIngER~I found myself : ถึงมันจะเลือนลาง แต่ก็เป็นทางที่เลือกเดิน January 24 9handy's Channel : มี Youtube เป็นของตัวเองแล้วจ้า!!ด้วยความที่ตัวเองเป็นนักดนตรี
ร้องเพลง ออกงานก็บ่อย แต่ผลงานก็หยุดอยู่แค่คนที่ได้ไปชม
วันดีคืนดีเลยอัดๆ วิดีโอ ที่ได้ไปร้องไปเล่นตามงานต่างๆเอาไว้
เผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจจะได้เข้าไปเลือกดูกันได้ใน Youtube เลย
คาดว่าจะอัพเดททุกเดือน ยังไงดูแล้วอย่าลืมฝากคำแนะนำติชมไว้ด้วยนะคร๊าบบ
ดูวิดีโอใหม่ๆได้ที่นี่เลย!! http://www.youtube.com/9handy
December 12 จดหมายรักจากเมียเช่า
เพิ่งมาค้นพบว่า เพลงลูกครึ่ง ไทยคำ-อังกฤษคำ นี่มีมาตั้งแต่แม่เรายังไม่เกิดอีก 55+
ฉากหลังของเพลงนี้ เกิดที่อุดรธานีด้วยเอ้า ยุคนั้นคงตรงกับช่วงที่อเมริกามาตั้งฐานทัพ ที่อุดรธานี
แต่งโดยศิลปินแห่งชาติ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์
และร้องโดยคุณมานี มณีวรรณ ที่เป็นต้นกำเนิดเพลง จุดเทียนเวียนวนด้วยล่ะ
เพลงน่ารักมาก ^^ ฟังกันดูครับ
จดหมายรักจากเมียเช่า ไอ เขียน เล็ตเตอร์ ถึงเธอ เดียร์ จอห์น ยู ทิ้งเมียเช่า หิ้วกระเป๋า โก โฮม * โศกเศร้ากว่า แซด มูฟวี่ รอยน้ำตาหยดรดบนลายเซ็น (ซ้ำ *) March 05 ด้ายแดง : การเดินทางที่แสนพิเศษ
....ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ..
ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้ รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน และรักกันในที่สุด.. .....หลายๆ คนอาจจะเชื่อ แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ.. เพราะผมเห็น... เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม.. ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้.. ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..
.....เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน.. และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่.. แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง.. การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน.. แต่ไม่รู้จุดหมาย.. .....ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน. ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี.. แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง.. เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง... .....และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง.. เมื่อวันนึงผมพบกับผู้หญิงที่ตามหาปลายอีกด้านนึงของด้ายแดงเหมือนกัน.. แต่เธอคงไม่ใช่ปลายด้ายแดงของผมหรอก.. เพราะด้ายแดงของผมยังไปอีกไกล... .....เราพบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และก็ไม่ได้เป็นการพบกันที่ทำให้ผมพอใจมากนัก.. บอกตรงๆ เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคของผมเลย.. แถมเราทะเลาะกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แต่เราก็ร่วมเดินทางด้วยกัน เพราะด้ายสีแดงของเธอกับของผมมันไปทางเดียวกันน่ะสิ. .....ก็ยังดีนะ ที่ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทาง ที่เห็นและตามหาปลายอีกข้างนึงของด้ายแดงเหมือนกัน.. ....การเดินทางร่วมกันของเราทำให้ ผมเห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนี้มากขึ้น.. เป็นตัวจริงที่น่าเคารพ น่าให้เกียรติในฐานะผู้หญิงคนนึง.. จะว่าไปเธอก็นิสัยดีนะ ตอนที่ทะเลาะกันครั้งแรกคงเป็นการเข้าใจผิดซะมากกว่า ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอเริ่มดีมากขึ้นเรื่อยๆ..
มีอยู่ครั้งนึงที่ผมคิดว่าถ้าปลายด้ายแดงอีกข้างนึงของผม
ไปหยุดอยู่ที่นิ้วก้อยของเธอก็คงจะดี.. มันก็ไม่แน่นะ.. ถ้าเป็นจริงผมก็คงมีความสุข.. แต่ถ้าไม่ใช่ .. ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่วิเศษกว่าเธอคนนี้แน่ๆ ..
ยิ่งผมได้รู้ว่าเพื่อนร่วมเดินทางของผมเป็นผู้หญิงที่วิเศษเพียงใด ผมก็ยิ่งอยากให้ผมเจอปลายด้ายแดงของผมไวๆ .. ผู้หญิงที่ดีกว่าผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ของผมจะเป็นยังไงน๊า.. .....นานขนาดไหนก็ไม่รู้ที่เราร่วมเดินทางด้วยกัน..
ผมยอมรับว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุด.. เราช่วยเหลือกันมาตลอด.. แต่มันก็คงจะสิ้นสุดแล้วล่ะ.. เพราะด้ายแดงของผมกับเธอ มันแยกกัน.. ตรงทางแยกพอดี.. ทางแยกนี้มันแยกไปสู่เมืองสองเมือง .. ด้ายของผมแยกไปทางขวา.. มุ่งสู่เมืองบนยอดเขา ซึ่งผมเชื่อว่าคงเป็นปลายด้ายของผมแล้วล่ะ .. เพราะเมืองนี้อยู่ยอดเขาพอดี.. ส่วนของเธอแยกออกไปที่เมืองข้างล่าง.. .....เรายืนคุยกันตรงทางแยกซักพักนึง เพื่อกล่าวคำอำลาและแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน เราจะได้เจอจุดหมายของเราซักที.. ข้อตกลงสุดท้ายของเราก่อนจะแยกจากกันคือ เราจะกลับมาเจอกันที่ตรงทางแยกนี้ ไม่ว่าจะเจอ หรือไม่เจอปลายด้ายแดงก็ตาม.. เราตกลงกันตามนี้.. แล้วเราก็แยกทางกัน.... .....ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องกลับมาเดินทางคนเดียว ทำให้ผมไม่ดีใจมากนักที่รู้ว่า ปลายด้ายของผมจะไปสุดตรงที่เมืองตรงยอดเขา ผมเดินแยกจากเธอไปช้าๆ.. ในหัวมีแต่เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นตอนที่เราเดินทางด้วยกัน.. ความประทับใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง.. ความรู้สึกดีๆ ที่เรามีให้กัน.. .....และแล้วผมก็หยุดเดิน .. หยุดห่างจากทางแยกไม่ไกลเท่าไหร่.. แล้วผมก็วิ่งกลับไปยังทางแยกนั้นอีกครั้ง.. ไม่มีเหตุผลที่ผมทำแบบนี้เลย.. แต่ก็ทำ.. ผมกลับไปถึงทางแยกนั้นอีกครั้ง.. ซึ่งเธอก็นั่งอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้ว.. .....เรานั่งคุยกันซักพัก.. ผมบอกเธอไปว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงกลับมา.. ส่วนเธอ.. เธอบอกว่าเธอกลัว.. กลัวว่าจะไม่มีใครตรงปลายด้ายแดงของเธอ แล้วเธอก็ร้องไห้.. เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอร้องไห้.. .....สิ่งที่ผมภูมิใจมากกว่าตัดสินใจการออกเดินทางตามหาคู่ชีวิตของผม ..คือการตัดสินใจครั้งนี้แหละ.. ผมเช็ดน้ำตาให้เธอ .. ตัดด้ายแดงของผม และเธอออก แล้วผูกเข้าด้วยกัน... ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะโกรธผมรึเปล่าที่ผมทำแบบนี้.. อยากจะถามเธออยู่หรอก แต่เธอก็ร้องไห้ไม่หยุด.. และกำลังกอดผมอยู่... -----------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------
ปล.ขอบคุณฟอร์เวอร์ดเมล์ดีๆจากเจ๊หวานด้วยนะค๊าบบ February 21 Bye~ : ในความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันบนโลกใบนี้![]() ห่างหายไปนานจนนึกว่าจะไม่ได้มาเขียนต่อซะแล้วสิ (^^") ช่วงนี้ไปติด HI5 ครับ ตามไปเยี่ยมเยียนกันได้ ติดถึงขั้นที่ว่า เปิดเครื่องมา เช็คเมลล์ แล้วก็ต้องเข้าเจ้า HI5 นี่ก่อนเลย คิดดูดิ แต่พักหลังมานี่กำลังพยายามเปลี่ยนนิสัยตัวเอง ใช้คอมพ์ให้น้อยลง ใช้ชีวิตให้มากขึ้น ^^ จำได้ว่าผมเคยบ่นมาตลอดว่า อยากจะลาออก จะไปเรียน จะไปทำโน่นทำนี่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ชีวิตผมก็ยังเหมืนเดิม แผนที่วางไว้ ก็ค่อยๆได้ทำทีละอย่างสองอย่าง
แต่ทำตามแผนการของจริง ระยะเวลาจริง เล่นจริง เจ็บจริง นี่มันนานกว่าที่คิดแฮะ ไหนจะรวมไปถึงช่วงที่ตั้งหลัก ดูจังหวะและโอกาส ดูไปก่อน อยู่ไปก่อน ..อย่างช่วงนี้ด้วย ..นานจริงๆ เฮ่อ นาน .. จนมีคนแซงหน้าลาออกไปก่อน อีกคนนึงละ ได้ข่าวว่า พี่สาวแสนสวย จะไปกิน เอ้ยย เป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ฟลอริด้า
พร้อมกันนั้น อาจจะได้เจอกับพายุเฮอริเคนที่ไฝ่ฝัน "ไม่เป็นไรพี่ชอบ เคยเห็นในทีวี เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาฝาก เอิ้กก" ..ไหวไหมเนี่ย พี่เรา.. สู้ๆคับ จริงๆเพลงนี้ เหมาะกับบรรยากาศแบบว่า ร่ำลากันจากการจบการศึกษามากกว่า แต่ความหมายดีๆแบบนี้ ส่วนตัวแล้วชอบมากไง เลยอยากจะมอบให้ ในโอกาสที่จะต้องร่ำลากันไปอย่างตอนนี้ "โชคดีนะพี่" --------------------------------------------------------------- Bye : สิงห์เหนือเสือไต้ เฮ้เธอ ก่อนโบกมือลา ขอร้องเธอทบทวนบางอย่างที่เราสัญญา ว่าจะไม่ลืม แม้วันข้างหน้าทุกสิ่งทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป สัญญานะจะไม่ลืมเลือนว่าเพื่อนคนนี้คือใคร และขอให้จำขึ้นใจว่าไม่มีใครใดอื่น จริงใจกับเธออย่างนี้ เท่ากับเพื่อนเก่าเพื่อนซี้ในเมื่อวานซืน และคนที่หยัดยืนเคียงข้างเป็นเพื่อนไม่เป็นอื่น และจะเป็นอย่างงี้เสมอไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือวันมะรืน และฉันไม่คืนคำหรอกเพื่อนรักไม่ต้องเขิน ไม่เคยจะพูดออกไป ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เขิน และฉันก็กลั๊วกลัวเธอจะไปคิดว่าผิวเผิน เวลาจะไม่มีอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกยังมากเกิน จะพูดไปเพลิ๊นเพลิน ว่าทางเดินมันจบตรงนี้หละ ประตูบานเก่าปิดลง ประตูบานใหม่ก็เปิดขึ้นแล้วล่ะ เมื่อเธอต้องไปลำพัง ก็จงดูแลตัวเองดีๆนะ และเจอกันใหม่อีกครั้งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ฉันมั่นใจ.. ว่าเธอจะแข็งแรง กว่าเมื่อก่อน จะมีวันที่ดี อย่างที่ฝันเอาไว้เมื่อก่อน * ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ.. คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่มีเลือนลาง และเข็มนาฬิกาที่มันเคลื่อน ก็พาเรามาจนถึงวันที่ตัวฉันเองก็อยากเลื่อน ถึงเวลาที่คำว่าเพื่อน ต้องตามหาสิ่งที่ตัวเชื่อ หยิบปากกามาเซนต์เสื้อว่าในทุกเมื่อที่น้ำตาทำแก้มของเธอเปื้อน มันจะเป็นเรื่องธรรมดา ความเศร้าไม่เคยมาแตะทีมีก็แค่พระศาสดา เมื่อเรายังเป็นแค่คนที่ออกเดินค้นในสิ่งที่ตามหา ขวากหนามและอุปสรรคจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา การจากลาเป็นตัวแทนของการเริ่มต้น..สิ่งใหม่ๆ โลกนี้มันกว้างใหญ่ เกินกว่าที่เราจะแขวนเอาไว้บนไหล่ ข้างนอกมีความฝันใฝ่ ยืนรอให้เธอไปคว้าไขว่ และฉันพบว่ามันมีเยอะ กว่าที่เราสองจะนับได้ถ้วนว่ามีเท่าไหร่ เมื่อกบ 2 ตัว แยกกันออกจากกะลา ฉันเลยเก็บมิตรภาพเจือจางกับหมึกปากกา เขียนข้อความถึงตรงนี้ ว่าไกลห่างนับหมื่นลี้ แต่ ซอโซ่ กอดคอไม้โท และสระอี ยังเหมือนเดิม เธอจงจำไว้เพื่อนซี้ แม้จะยังมีผลสมการที่เราโบกมือบ๊ายบาย ให้ความเป็นเพื่อนเป็นสัมปทานกับสิ่งดีๆ และร้ายๆ เขียนคำลาตั้งยืดตั้งยาว เพียงอยากบอกเธอตอนท้ายๆ * ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ.. คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่มีเลือนลาง ฟ้าที่ถูกเมฆดำมากั้นบัง ไม่ได้แปลว่าข้างหลังเมฆจะปราศจากซึ่งแสงจันทร์ มันก็คงจะเหมือนดังที่ใครซักคนเค้ากล่าว .. ว่าเพื่อนแท้มันหายาก เพราะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราล่องเรือลงลำเดียวกัน มาทั่วทั่งอ่าว แต่แล้วจะมีใครรู้ว่าอ่าวที่ว่ามันอาจจะกว้างแค่กาละมัง พรุ่งนี้ยังมีอาทิตย์อันร้อนผ่าว และมันคงจะถึงคราวที่ฉันและเธอต้องหันหางเสือเรือกลับเข้าฝั่ง เพราะฝนทั่งให้เป็นเข็มง่ายกว่า หางมในทะเล เก็บภาพของข้าวมื้อนั้นที่เราแบ่งกันในจานเปล เก็บเนื้อร้องเดิมๆท่อนนั้นที่เรากอดคอกันร้องเพลง เหลือเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่ฉันจะปล่อยให้บรรเลง แทนน้ำตาล่วงผลอย จากดวงตาจ๋อยๆ เก็บสีหน้าหงอยๆ ก่อนโบยมือลาหยอยๆ ในวันพรุ่งนี้ ที่นี่ก็คงจะเปลี่ยนไป ผู้คนมากมายเข้ามาแทนเธอกับฉัน บนกระดาน ข้อความเดิมๆที่ฝากเตือนทิ้งไว้ มันคงสลายกลายเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงบนความว่างเปล่า บนทางเดินเก่าๆ บนโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ ไม่ว่าจะมีใครมาตรงนี้มันก็ยังเป็นที่เก่าๆ ก็เรื่องราวที่เราได้ทิ้งไว้ ไม่ลบเลือนไปง่ายดาย และเพียงเธอยังมีข้อความให้รับรู้ และเมื่อคิดถึงยังมองดูรูปถ่าย ภาพที่ยังจำกัน ในเมื่อเจอกันอีกครั้ง จำไว้ว่าฉันยังมีเธอเสมอไป * ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ.. คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่เคยเลือนลาง --------------------------------------------------------------- January 09 บทเพลงเพื่อพระพี่นางฯ - Songs for Her Royal Highness Princess Galyani Vadhana
ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานนิทรรศการตามมหาวิทยาลัยต่างๆ, ถือเป็นความสามัคคีล่าสุดที่คนไทยได้ร่วมแสดงความไว้อาลัย ด้วยความจงรักภักดีตามหน้าที่ของตน รวมไปถึงวงการดนตรีอย่างเราๆ ที่มีบทบาทไม่น้อยเลยในช่วงเวลานี้
January 06 แสงหนึ่ง : ร่วมถวายอาลัย แด่สมเด็จพระพี่นางฯ"ขอร่วมถวายอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขอพระองค์จงเสด็จสู่สวรรคาลัย และเป็นแสงหนึ่งอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยตลอดกาล" ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม - ข้าพเจ้าไซนิล สมบูรณ์ ขอนำเพลงที่โดดเด่นมากในช่วงนี้ซึ่งเป็นบทเพลงที่คุณ บอย โกสิยพงษ์ ได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อประกอบนิทรรศการ"แสงหนึ่งคือรุ้งงาม" เมื่อครั้งฉลองครบรอบพระชนมายุ 84 พรรษา แต่ที่หยิบมาให้ฟังนี้จะเป็นเวอร์ชั่นที่นักเรียนทุนดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เล่นถวายในคอนเสิร์ตพระกรุณาธิคุณทุนดนตรีคลาสสิก แสงหนึ่งคือรุ้งงาม --------------------------------------------------
แสงหนึ่ง Boyd & Nop Verse 1 รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่ ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่ว่าสำหรับเรานั้น... Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด Verse 2 ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่ เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง Pre , Chorus แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่สำหรับเรานั้น... Chorus เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด Bridge จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้ ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน Chorus เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้ ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด -------------------------------------------------- November 23 Yesterday tomorrow .. Today! : เรายังคงเดินไปข้างหน้าไช่ไหม?
ความรู้สึกตอนนี้ .. เหมือนอยากจดจำช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด
-------------------------------------------------- October 25 ParastaClothing : open to order NOW !!
มาแล้วครับแบรนด์เสื้อผ้าใหม่ ParastaClothing ต้อนรับลมหนาวกับ winter collection 2007!!
"ก้าวแรก" นี่ล่ะที่ผมคิดว่า..สำคัญที่สุด ใครสนใจอยากร่วมเป็นหนึ่งในการสนับสนุนการเริ่มต้นดีๆ กับพวกเขาก็สามารถคลิกเข้าไป --------------------------------------------------------- September 26 ~เวียงจันทร์ : อดีต ปัจุบัน อนาคต~
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเวียงจันทร์มาครับ ในทีแรกนั้น พวกเราว่าจะไปลาวเพื่อดูประกวดนางสาวลาวกัน สุดท้ายก็เลยไม่ได้ไปไหนมากมาย แล้วไปนั่งจีบเบียร์(เป็นลังๆ) ชมพระอาทิตย์ยามเย็น ที่ลานเบียร์ริมแม่น้ำโขง
ปล.มีรูปสวยๆเยอะเลย แต่ถ้าจะดูทั้งหมด เข้าไปดูได้ในอัลบั้มนะคร๊าบบ ----------------------------------------------
---------------------------------------------- September 16 แม่ : ^_^ขมวดคิ้ว หรี่ตามอง ฉันแกล้งทำเป็นหลับ, ในขณะที่แม่ขยับผ้าห่ม มาห่มตัวฉัน ลูบหน้าผากฉันเบาๆ เล่านิทานเรื่องนางฟ้าใจดี นางฟ้าที่บินมาให้พรวิเศษสามข้อ แม่เล่าเรื่องนี้ทุกคืน, ซ้ำๆ แต่ฉันก็ยังชอบฟัง เสียงแม่อ่อนโยน และอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้ยินจากใครในโลกนี้ นางฟ้าใจดีมีพรสามประการ วันแรกเมื่อแม่พาฉันมาส่งที่โรงเรียน นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันเคยเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในตัวแม่ แต่ในผิวของฉัน มีสัมผัสของแม่.. ขมวดคิ้ว แม่รู้ไหม, ระหว่างที่กำลังแต่งตัวจะออกไปร้องเพลง -------------------------------------------------------------
แม่ : บอย ไตร ทุกครั้งตอนที่ฉันเสียใจ เธอใช่ไหมที่อยู่ข้างกัน ------------------------------------------------------------- September 08 Unbeliveable : Craig David
หนึ่งในมายไอดอล September 03 รักใช่ใหม : and why!?-----------------------------------------------------------------------
มันเกิดในหัวใจ ไม่อาจจะเข้าใจ เพราะความรู้สึกนั้นแปลก
เมื่อได้พบเธอทุกครั้ง จิตใจมันคอยหวั่นไหว ทุกทีที่พบกัน ทุกทีที่พูดกัน ฉันเองรู้สึกเขินอาย แต่ในหัวใจลึกๆ อยากพบและอยากเจอเธออย่างนี้ นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่ารัก เพราะฉันไม่เคยได้รู้จัก รู้สึกกับใครซักที นี่ใช่ไหม เมื่อฉันมีใจกับเธออย่างนี้ ทุกเวลา.. สิ่งที่เกิดในหัวใจคือรักเธอ ไม่อยากสบสายตา ไม่อยากจะพูดจา เพราะกลัวเธอจะรู้ใจ แต่ในหัวใจลึกๆ ยังหวังไว้ว่าเธอคงจะรู้ นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่ารัก เพราะฉันไม่เคยได้รู้จัก รู้สึกกับใครซักที นี่ใช่ไหม เมื่อฉันมีใจกับเธออย่างนี้ ทุกเวลา สิ่งที่เกิดในหัวใจคือ"รักเธอ" -----------------------------------------------------------------------
แล้วทำไม เวลาเกิดความรักทีไร มันต้องเป็นรักต้องห้ามทุกทีเลยฟระ เฮ่ยย...
อยู่ไกลกันมั่งล่ะ มีแฟนอยู่แล้วมั่งล่ะ
รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่งมั่งล่ะ
นั่นคือความหมายใช่ใหมว่า..
นี่แหละเพราะมึงเลือกมากกกกกก
พูดกันตามความเป็นจริง ลองให้ผมไม่เลือกดูดิ
ตอนนี้คงมีลูก 3 เมีย 4 พร้อมทั้งหนี้อีกบานตะไท
คิดไรวะเนี่ย
เฮ่อ ..
เหนื่อย
นี่ชีวิตเราเกิดมาเพื่อตามหาอีกคนมาเติมเต็มจริงๆใช่ใหม
เพราะอยู่คนเดียวทีไร ก็ยังคงเหงาทุกที
ในหัวมันว่างเปล่า
ไปกินเหล้ามา ตอนนี้เมาจัง..
..
..
แต่ยังไงก็ยังเหงาอยู่ดี
..
..
เอิ้กกก..
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
August 25 เป็น อยู่ คือ : Is am I - Yes I am!-----
สวัสดี
ขอโทษ
ขอบคุณ
-----
อากาศเปลี่ยนนะ
ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ
จะมีเรื่องราวผ่านเข้ามามากขนาดนี้
วุ่นวาย ปั่นป่วน
. . ป่ ว ย . .
เสียเงิน เสียเวลา เสียอารมณ์
แต่ผมยังมีคุณ
มีพวกคุณทุกคน
คิดถึงว่ะ
ขอโทษที่หายไปนาน
ไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายที่ว่าแหละ
กลับมาแล้ว
กลับมาเป็นเหมือนเดิม
เหมือนวันที่ไม่เคยมีเธออยู่ในชีวิต
..
..
..
ตั้งแต่แรก..
--------------------------------------
---------------------------------------
July 26 ผูกพัน .. แล้วเราคงจะได้พบกันใหม่ผูกพัน : บอยไตร
นี่ใช่ไหม อะไร อะไรที่เคยคิด
ชีวิตที่มีแต่ฉัน ต่อจากนี้คงตัวคนเดียวอย่างที่คิด นี่หรือที่ใจต้องการ นี่ใช่ไหมที่ฉันเคยฝันตลอดอยู่ในใจ ชีวิตที่ไม่มีเธอรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปไม่เข้าใจ เก็บเรื่องราวที่มันเก่าๆใส่กล่องไว้ มองเห็นแล้วมันปวดร้าว รูปถ่ายเราไปเที่ยวด้วยกันเมื่อตอนนั้น ตอนนี้ยิ่งดูยิ่งเศร้า ไม่มีเสียงคำคำของเขาที่เราได้เคยฟัง ไม่มีใครให้คอยมาไถ่ถาม เหลือเพียงแค่ความทรงจำ ที่ย้ำให้รู้ว่า เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว ขาดเธอไปวันนี้ จึงได้เจอความหมาย ไม่มีเธอวันนี้ ฉันถึงเข้าใจ เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว นี่ยังไงโลกที่ไม่มีเธอแล้ว ------------------------------------------------------
วันนี้ มีน้องคนหนึ่งที่ทำงานร่วมกันมาปีกว่าๆ
จะอยู่กับเราเป็นวันสุดท้าย
จริงๆแล้ว เค้าก็ไม่ได้จากเราไปไหนไกล
เพียงแต่รู้สึกใจหาย
ที่วันเวลาดีๆเหล่านั้นกำลังจะผ่านไป
ไปเรียนต่อ..
คือทางเดินที่เธอเลือก
และเป็นเส้นทางที่เราก็คอยให้กำลังใจ
แต่..
พรุ่งนี้คงเหงา
...
เพราะเป็นวันเกิดเรา .. ที่ไม่เขาอยู่
-------------------------------------------------
July 14 แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ : บทเพลงแห่งการฆ่าตัวตายคำเตือน : คนอกหัก ขอให้ข้ามเอนทรี่นี้ไปก่อนนะคร๊าบบ
แรงมากๆ คือคำตอบเดียวที่ได้จากการฟังเพลงใหม่ล่าสุดจากหนุ่มอคาเดมี่เสียงดีคนนี้ จำได้ว่าความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ฟังเพลงนี้ "ขนลุก" ------------------------------------------------------------------------
" แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ - อ๊อฟ ปองศักดิ์ Aof "
ไม่ใช่นิยายไม่ใช่ละคร
ที่ฉันมองเห็นอยู่นี้ ที่แท้มันคือความจริง คือคนสองคนที่บอกรักกัน และคนในนั้นหนึ่งคนคือคนที่ฉัน รักหมดหัวใจ สิ่งที่เธอแสดงทุกทุกถ้อยคำ เหมือนเธอนั้นพูดกับฉัน
แต่ผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่ฉัน ฉันเหมือนคนไม่มีกำลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร ไม่มีอีกแล้วกับเธอ ไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย บทบาทของเธอ สิ่งที่เขาทำ
ทุกตอนมันเหมือนตอกย้ำ ให้ฉันต้องเสียน้ำตา ภาพที่คุ้นเคยที่ที่คุ้นตา น้ำเสียงที่เธอพูดจา ท่าทีเหล่านั้นฉันไม่เคยลืม สิ่งที่เธอแสดงทุกทุกถ้อยคำ เหมือนเธอนั้นพูดกับฉัน
แต่ผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่ฉัน ฉันเหมือนคนไม่มีกำลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร ไม่มีอีกแล้ว กับเธอไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย เสียใจแค่ไหน ถ้าอยากรู้บอกเธอได้คำเดียว... อยากตาย
--------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------- July 06 ปฏิญญากรกฎาคม! ..เย้ยยยเผลอๆปี 2550 ก็ผ่านมา 6 เดือนแล้วนะคร๊าบบ ได้ไอเดียมาจาก เวบไอ้แอนนนนน เรื่องปฏิญญากุมภาพันธ์ เอาน่ะ ไหนๆเดือนนี้ก็พิเศษ เป็นเดือนเกิดคนในบ้านตั้งสามคน รวมผมเองด้วย 1. ช่วงที่ผ่านมาทำงานหนัก แล้วยังแอบมาเล่นเน็ทจนนอนดึก ตาบวมเป็นหมีแพนด้า ----------------------------------------------------------------------------- June 30 มาฟังธรรมมะกันเถอะ!! : Buddha Bless!!คุณว่าไหม?
ชีวิตหลังวัยเรียนมันช่าง ยาก และวุ่นวายเหลือเกิน
เป็นไปได้อยากกลับไปเป็นเด็กๆอีกครั้ง
อาจเพราะมีอาจารย์คอยดูแล และคอยแก้ให้ยามสอบตกหรือติด F
ทำให้เมื่อพ้นผ่านช่วงนั้นมาสู่การใช้ชีวิตจริง ทำงานจริง ในสถานที่จริง
มันช่างเคว้งคว้างเหลือเกิน
ต้องทดลองด้วยตัวเอง ผิดพลาดเมื่อไหร่ก็ไม่มีให้แก้ใหม่อีกแล้ว
นี่ละมั๊งที่เขาเรียกกันว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
กับการที่สามัญสำนึกมันคอยถามตัวเองอยู่ตลอดว่า "ชีวิตเอ็งต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างได้แล้ว"
ลองผิดลองถูก ลองไปลองมา
จะพบปัญหามันก็ช่วงนี้ล่ะ
ปัญหาที่หลายๆคนพบก็คงไม่พ้น
เรื่องงาน เรื่องเงิน ไม่ก็เรื่องคน
คนรัก คนในครอบครัว หรือคนที่ต้องร่วมงานด้วย
และอาจเลือกแก้ปัญหาโดยการ
ย้ายงาน เรียนต่อ หรือทำธุรกิจส่วนตัว
มันก็มีอยู่ไม่กี่ทางที่เลือกกัน
ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็แล้วแต่
มันคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และมันคงทำให้คุณโล่ง
ช่วงชีวิตที่ใครๆก็พบปัญหานี่ล่ะมั๊ง
เขาเลยเรียกกันว่าเบญจเพส
มันคือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตเรานั่นเอง
ใครที่กำลังเจอปัญหาอยู่ "สู้ๆ" นะครับ
เป็นกำลังใจให้
นี่ก็กำลังคิดที่จะย้ายงานเช่นกัน
เอาวะ! มันต้องลองกันสักตั้ง
ชอบอันนี้จัง เลยเอาให้อ่านกันเพลินๆละกันนะ
อ่านไปอ่านมา เออ..ว่าแล้วก็หันมาฟังธรรมมะกันดีไหม??
--------------------------------------------------------------
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก เเต่ถ้าฟัง เบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย เเต่ถ้าฟัง นัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส เเต่ถ้าฟัง ติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี เเต่ถ้าฟัง เเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม
--------------------------------------------------------------
วันนี้วันเกิดแม่ผมครับ
แม่แก่ขึ้นทุกปี ขอให้แม่สุขภาพดีๆ
แข็งแรงตลอดปีและตลอดไป
รักแม่มากนะครับ
แต่แม่ขี้อาย ขอกอดทีไรไม่เคยได้กอดเลย
สุขสันต์วันเกิดนะครับ จุ๊บๆ
-------------------------------------------------------------- June 26 หมาหงอย หมาคอย หมาใคร ?เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ที่หน้าปากซอย
ทุกๆคืน
จะมีหมาไทยพันธ์ผสมสีน้ำตาลแก่ๆตัวหนึ่ง
มันนั่งอยู่ที่นี่ทุกคืน มาเป็นเวลาหลายอาทิตย์แล้ว
ไม่ไล่กัดใคร
มันนั่งของมันอยู่อย่างนั้น
เหมือนรอคอยใครซักคน
...
...
...
ค อ ย
...
...
...
ค อ ย
...
...
...
แ ล ะ ค อ ย
...
...
...
คุณก็รู้
การรอคอย ที่ไม่มีจุดหมาย
มันคือความทรมาน
การได้ทำในสิ่งที่ไม่รู้ในจุดหมายก็เช่นกัน
วันนี้..
หมาตัวนั้นไม่อยู่แล้ว
ไม่มีใครรู้ว่ามันไปไหน
สมหวังกับสิ่งที่มันรอคอยหรือไม่
แต่พอเก็บเอาเรื่องของมันมาคิดทีไร
ผมว่าบางที..
เราก็มีอะไรบางอย่างคล้ายๆมัน
เหมือนกันนะ ^_^
------------------------------------------------- June 23 โครงการที่ไม่น่าสนใจ : An uninterest projectเวลานี้... บรรดาความฝันเก่าๆของผม
เริ่มถูกทยอยหยิบออกมาปัดฝุ่นเสียใหม่
แล้วเรียงรายไว้เป็นตัวเลือก
ใช่แล้ว
มันมีทั้งโครงการที่น่าสนใจและไม่น่าสนใจ
กับคำถามของชีวิต..
ถ้าเราตัดตัวเลือกออกไปจนหมด และคิดว่ามันไม่เหลือทางแล้ว
"โครงการที่ไม่น่าสนใจ" อาจเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้
บางที คนเราก็หลงเป็น นักฆ่าความฝัน ของตัวเอง
และเลือกที่จะเก็บมันใส่ก้นหีบไว้ เพราะไม่น่าสนใจ
เวลานี้... ผมค้นพบว่า
ใต้หีบใบนั้น
มีโครงการดีๆ หลายชิ้น
รอเราหยิบออกมาปัดฝุ่นใหม่อยู่ ^_^
ปล.ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค้าบบบ
------------------------------------------------------------------------------
ถึงพี่ประภาส
น้องชายดิฉันจบด้านสื่อสารมวลชน ตอนเรียนเขาก็ดูไฟแรงดี พอจบมาแล้วกลายเป็นคนขี้เกียจไปได้อย่างไรไม่รู้ พยายามบอกให้เขาลุกขึ้นทำอะไรบ้าง แม่ก็อยากให้ไปทำงานบริษัท เขาก็บอกว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใคร บอกให้ลองลงทุนทำอะไรเองหรือไม่ก็คิดเรื่องใหม่ๆ หรือแต่งเพลงออกมาสักม้วนอย่างที่เคยทำสมัยเรียน เขาก็เอาแต่กวนประสาทบอกว่าสมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน คิดอะไรไปก็มีคนทำหมดแล้ว เพลงรักเพลงเพื่อชีวิตก็ถูกแต่งหมดแล้ว ไม่รู้จะแต่งอะไรอีก จะให้ค้าขายอะไรเขาก็บอกว่าอันนี้ก็ทำไม่ได้ อันนั้นก็ไม่น่าทำ ฟังแล้วท้อค่ะ บางทีดิฉันมีโปรเจ็คต์ดีๆ ไปชวนเขาทำ เขาก็เบรกเราเสียเราเองก็ไม่กล้าทำตามเขาไปเลย พี่ประภาส พอจะมีอะไรแนะนำให้ต่อกรกับคนแบบนี้บ้าง
นุช
----------------------------------------------------------------------------- เคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ้างไหมครับ บทสนทนาในละครฉากเล็กๆ ของชีวิตจริง
ลูกชาย - " พ่อ เห็นตึกสี่ชั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้านนั้นไหมครับ เขาติดประกาศขายแล้ว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย หน้ามันกว้างดี จอดรถน่าจะได้สองคันสบายๆ เลยนะพ่อ " พ่อ - " ไหน ... หลังไหน ร้านหนังสือเก่านั่นน่ะเหรอ ละเมอไปหรือเปล่า อย่างเราจะมีปัญญาซื้ออย่างไรไหว " ลูกชาย - " ลองโทร. ไปถามหน่อยไม่ดีหรือ เผื่อเอาเข้าแบงก์แล้วขยับขยายร้านได้ใหญ่ขึ้น " พ่อ - " เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่าๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถอะ " ..................................
สามี - " ไปเที่ยวยุโรปกันไหม กลางๆ ปีเขาว่าไม่หนาวมาก อยากไปเมืองนอกบ้าง "
ภรรยา - " ไปต่างประเทศ คุณจะมีเวลาหรือ แล้วเรื่องเงินอีก ไหนจะค่าตั๋ว ค่าที่พัก แล้วยังต้องซื้อของฝากคนอื่นอีกล่ะ โอ้ย ... ยุ่งยากเปล่าๆ อย่าคิดอะไรเกินตัวนักสิ " ..................................
น้อง - " พินัยกรรมสรุปออกมาแล้ว คุณป้าท่านยกเงินให้เราแสนหนึ่งน่ะ "
พี่ - " แสนหนึ่ง ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม แล้วก็ต้องผ่อนรถที่เหลืออีกสามสี่เดือน จะไปเหลือสักเท่าไหร่ ไม่เห็นน่าดีใจเลย " ..................................
อาจารย์ที่ปรึกษา - " อีกอาทิตย์เดียวก็สอบใหญ่แล้วนะ เธอนอนอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้น ขาดเรียนสิบกว่าครั้งอย่างนี้ อ่านทวนเยอะๆ หน่อยก็ดี ข้อสอบปีนี้ไม่ง่ายนะ "
นักศึกษา - " อ่านอย่างไรอ่านก็ไม่ทันแล้วครับ หนังสือตั้งเกือบสิบเล่ม อาทิตย์เดียวจะไปอ่านทันได้อย่างไร ช่างมันเถอะครับอาจารย์ มันจะตกก็ให้มันตกไป อ่านไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว " .................................. บางทีผมก็แอบเรียกคนมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ว่า " นักฆ่าความฝัน "
ในสังคมรอบๆ ตัวท่านผู้อ่านก็คงมีให้เห็นบ้างละครับ ทั้งแบบนักฆ่าสมัครเล่นที่มองอะไรก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้หมด กับพวกนักฆ่ามืออาชีพ พวกนี้ต่างจากมือสมัครเล่นก็คือไม่เพียงแต่มองไม่เห็นความเป็นไปได้แค่นั้น พวกนี้ยังออกโรงออกแรงค้านอย่างจริงจังจนทุกโครงการที่นักฝันคนไหนก็ตามเสนอขึ้นมาเป็นหมันตั้งแต่ออกจากปากแล้ว คุณนุชเขียนมาขอวิธีต่อกรกับพวกฆาตรกรความฝัน ยอมรับครับว่าทุกวันนี้ผมก็ยังผจญภัยกับคนเหล่านี้อยู่ วิธีคิดของผมก็คือ อย่ามองเขาเป็นศัตรู มองเขาเป็นเพื่อน มองเขาเป็นฝ่ายค้านที่มาช่วยติงช่วยติ แต่อย่ายอมให้เขาฆ่าความฝันเราได้นะครับที่สำคัญที่สุดหากเราทำให้ฝันที่เขาคิดว่าเป็นจริงไม่ได้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างให้เขาได้เห็นบ่อยๆ ต่อไปเขาก็จะไม่กล้าฆ่าความฝันใคร แม้แต่ของตัวเอง มีกรณีศึกษาจากนักจิตวิทยาที่ผมเคยอ่านเจอ นักฆ่าความฝันพวกนี้มักมีปมในวัยเด็กกับประสบการณ์แย่ๆ เช่น พ่อกับแม่ชอบสัญญิงสัญญาอะไรกับเขาแล้วไม่เคยทำได้สักครั้ง คงเคยเห็นใช่ไหมครับพ่อแม่ที่รับปากลูกไปวันๆ ฝันอันงดงามในความรู้สึกของเด็กจึงกลายเป็นฝันลมๆ แล้งๆ แทบทุกครั้ง หนักเข้าก็เริ่มไม่วางใจใคร สุดท้ายการมองโลกในแง่ร้ายก็เลยฝังลึกลงก้นบึ้งจิตใจ
ไม่มีอะไรแนะนำมากกว่านี้ครับ นอกจากขออนุญาตเล่าถึงโครงการแปลกๆ ในอดีตให้ฟังกัน ฝากเอาไปเล่าให้น้องชายคุณนุชฟังอีกต่อด้วยนะครับ โครงการพวกนี้ล้วนเคยเป็น โครงการที่ไม่น่าสนใจ แทบทั้งสิ้นครับ
อากิโอะ โมริตะ ประธานฯ บริษัทโซนี่มองเห็นอีฟูกะ ผู้ร่วมก่อตั้งโซนี่อีกคนหนึ่งชอบหิ้วเครื่องเล่นเทปพร้อมกับหูฟังติดอยู่ที่หูเดินไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย จึงออกปากถามถึงเหตุผล อีฟูกะบอกว่าเขาชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เดินไปนั่งตรงไหนก็อยากเอาเพลงไปฟังด้วย แต่ไม่อยากเปิดเบาๆ และก็ไม่อยากให้หนวกหูคนอื่นจึงจำใจต้องใช้หูฟัง อากิโอะ ได้ยินเข้าจึงเกิดความคิดสว่างวาบขึ้นที่จะทำสินค้าออกขาย โดยคิดย่อเครื่องเล่นเทปให้เล็กลง พร้อมหูฟังที่เล็กลงด้วย
ใช่ครับ จุดกำเนิดซาวน์ อะเบาต์ มันเกิดง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ
แต่ฝ่ายการตลาดไม่เห็นด้วยกับสินค้าตัวนี้ คำวิจารณ์แรงๆ ก็คือ "จะมีใครที่ไหนโง่มาซื้อเครื่องเล่นเทปที่ไม่มีส่วนของการบันทึกเสียง" อากิโอะไม่คิดอย่างนั้น เขาไม่ยอมให้ใครฆ่าความฝันของเขา เขาเชื่อว่าซาวน์อะเบาต์นั้นมีไว้เพื่อฟังไม่ใช่เพื่ออัด การจะใส่ส่วนของการบันทึกเสียงลงไปด้วยจะทำให้เครื่องใหญ่ขึ้น และเพื่อไม่ให้ทะเลาะกับฝ่ายการตลาด เขาขอเป้าการขายเพียงแค่ปีละหนึ่งแสนเครื่องเท่านั้นและไม่ต้องทุ่มโฆษณาให้สินค้าตัวนี้มากนักด้วย ปีแรกที่วางตลาดซาวน์อะเบาต์ทำยอดจำหน่ายให้โซนี่เท่าไหร่รู้ไหมครับ สี่ล้านเครื่อง! เรื่องราวของอากิโอะนั้นคล้ายๆ กับบิล เลียร์ แต่ตอนจบกลับไม่เหมือนกัน
บิล เลียร์ คิดเรื่องวิทยุติดรถยนต์ขึ้นมาครั้งแรก คนรอบๆ ข้างเขาต่างรุมถล่มความฝันอันบรรเจิดของเขาอย่างหูดับตับไหม้ ความเห็นที่มองไปทางเดียวกันก็คือ "มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้คนจะติดวิทยุไว้ในรถ เพราะมันจะทำให้คนขับเสียสมาธิได้" ไม่รู้ว่าเลียร์ไม่หนักแน่นพอหรือนักฆ่าพวกนั้นออกอาวุธหนักเสียจนเลียร์ตั้งตัวไม่ติด เขายอมขายความคิดนี้ให้กับบริษัทกัลวิน แมนูแฟคเตอร์ไปหลังจากร่ำรวยจากวิทยุติดรถยนต์ บริษัทกัลวินนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โมโตโรลา บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในวงการโทรศัพท์มือถือตอนนี้
พูดถึงโทรศัพท์มือถือ นี่ถ้าเกรแฮมเบลล์ ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์รู้ว่าทุกวันนี้มีคนบนโลกใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียว เขาคงดีใจที่สุด เพราะตอนที่เบลล์ เพิ่งทดลองโทรศัพท์ข้ามแม่น้ำสำเร็จใหม่ๆ เมื่อร้อยสามสิบปีก่อน นายกเทศมนตรีให้สัมภาษณ์นักข่าวดูแคลนสิ่งประดิษฐ์ของเบลล์ว่า
"ของเล่นอันนี้มันก็ดีอยู่หรอกแต่มันจะใช้ทำอะไรได้" ปี พ.ศ. 2505 บริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ เดคค้า เรคคอร์ด ปฏิเสธงานของวงดนตรีหน้าใหม่ที่ชือ เดอะบีตเทิลส์ด้วยเหตุผลว่า "เพลงที่เล่นด้วยกีต้าร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ใกล้ๆ ตัวนี่เลยครับ จา พนม ที่กำลังเนื้อหอมในต่างประเทศจากหนังเรื่ององค์บาก ก็เคยถูกคำวิจารณ์จากบริษัทเก่าที่จา เคยเซ็นสัญญาด้วยว่า "เขาไม่มีเสน่ห์พอ ถ้าจะทำหนังให้เขาเล่น เขาต้องประกบกับพระเอกที่หล่อกว่าเขา" ไม่รู้ปรัชญา ปิ่นแก้วผู้กำกับองค์บากประชดประชันหรือคิดอะไรอยู่ หลังจากมาเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ เขาให้จาเล่นหนังเรื่องแรกโดยประกบกับหม่ำ จ๊กมกเสียเลย
มองคำทักท้วงหล่านี้เป็นมิตรสิครับ แล้วเอาชนะมันให้เขาเห็น
เมื่อ 60 ปีก่อน โทมัส วัตสัน ประธานไอบีเอ็มยังเคยพูดถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยว่า "ตลาดของพีซีทั้งโลก น่าจะมีประมาณห้าเครื่องได้มั้ง" ดีนะครับที่สุดท้ายแล้วผู้บริการรุ่นหลังของไอบีเอ็มไม่ได้เชื่อคำพูดของวัตสัน
ประโยคสกัดดาวรุ่งประโยคสุดท้ายครับ เป็นของนักฝันชื่อดัง บิลส์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ฟังประโยคนี้แล้วอย่าหัวเราะดังนะครับ บิลส์ เกตส์ พูดไว้เมื่อปี พ.ศ. 2511 คนเรานี่บางทีก็เผลอเป็นนักฆ่าความฝันของตัวเองไปเหมือนกัน เขาพยากรณ์ถึงหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอนาคตว่า
"640 k ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับทุกๆ คน"
------------------------------------------------------------------------------ โครงการที่ไม่น่าสนใจ
คอลัมน์ คุยกับประภาส มติชนอาทิตย์สุขสรรค์ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน โดย ประภาส ชลศรานนท์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 |
||||||
|
|