sainil's profile~hANd The sIngER~PhotosBlogListsMore Tools Help

sainil somboon

ทักทายกันได้ที่นี่ครับ!

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

~hANd The sIngER~

I found myself : ถึงมันจะเลือนลาง แต่ก็เป็นทางที่เลือกเดิน
January 24

9handy's Channel : มี Youtube เป็นของตัวเองแล้วจ้า!!

 
 
 
ด้วยความที่ตัวเองเป็นนักดนตรี
ร้องเพลง ออกงานก็บ่อย แต่ผลงานก็หยุดอยู่แค่คนที่ได้ไปชม
วันดีคืนดีเลยอัดๆ วิดีโอ ที่ได้ไปร้องไปเล่นตามงานต่างๆเอาไว้
เผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจจะได้เข้าไปเลือกดูกันได้ใน Youtube เลย
คาดว่าจะอัพเดททุกเดือน ยังไงดูแล้วอย่าลืมฝากคำแนะนำติชมไว้ด้วยนะคร๊าบบ
 
ดูวิดีโอใหม่ๆได้ที่นี่เลย!! http://www.youtube.com/9handy
 
December 12

จดหมายรักจากเมียเช่า

 

เพิ่งมาค้นพบว่า เพลงลูกครึ่ง ไทยคำ-อังกฤษคำ นี่มีมาตั้งแต่แม่เรายังไม่เกิดอีก 55+
ฉากหลังของเพลงนี้ เกิดที่อุดรธานีด้วยเอ้า ยุคนั้นคงตรงกับช่วงที่อเมริกามาตั้งฐานทัพ ที่อุดรธานี
แต่งโดยศิลปินแห่งชาติ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์
และร้องโดยคุณมานี มณีวรรณ ที่เป็นต้นกำเนิดเพลง จุดเทียนเวียนวนด้วยล่ะ
เพลงน่ารักมาก ^^ ฟังกันดูครับ
 
  

 

จดหมายรักจากเมียเช่า
ขับร้องโดย มานี มณีวรรณ
แต่งโดย อาจินต์ ปัญจพรรค์

ไอ เขียน เล็ตเตอร์ ถึงเธอ เดียร์ จอห์น
เขียนใน แฟล็ต ที่ ยู เคยนอน
จังหวัดอุดร ประเทศ ไทยแลนด์
ไอ โบรคเก้น ฮาร์ต, ยู มัสต์ อันเดอร์สะแตน
จอห์น จ๋า จอห์น ดอลล่าร์ ขาดแคลน
เมีย เซ็คกั้นแฮนด์ ของ ยู ยังคอย

ยู ทิ้งเมียเช่า หิ้วกระเป๋า โก โฮม
ทิ้งรอยจูบลูบโลม
จน เชพ ไอ โทรมเพราะ ยู เอ็นจอย
ฟอร์เก็ต ยัวร์ ว๊อยซ์ กลับไปอยู่ อิลลินอยซ์
ไอ เสียใจจนเป็น ไทฟอยด์
เอา ไทเกอร์ ออย มาทากันตาย

* โศกเศร้ากว่า แซด มูฟวี่
โอ…จอห์น, ยู เมค มี คราย
ไอ โลนลี่ เสียจนผอมผ่าย
อยากตาย วาย ยู ทิ้ง มี

รอยน้ำตาหยดรดบนลายเซ็น
หาซองใส่จ่าหน้าไม่เป็น
โธ่เวรเอ๋ยเวร ฮู ช่วยเขียนที
ฉีกทิ้ง เล็ตเตอร์ หันไปเจอ ดี ดี ที
กู๊ดบาย สวัสดี
โก มีท กับ มี ที่เมือง ดิ เอนด์

(ซ้ำ *)

September 17

...

 
หายไปหลายเดือน ..ผมไม่ผิดนะครับ ผมไม่ผิด 555+

จะบอกว่า กลับมาแว้วววววว


March 05

ด้ายแดง : การเดินทางที่แสนพิเศษ

 
 
 
  

 

 

                                                                                                             
 
....ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ..
ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง
จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้
รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน
และรักกันในที่สุด..

.....หลายๆ คนอาจจะเชื่อ
แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ..
เพราะผมเห็น...
เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม..
ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้..
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร
นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..
 
 
.....เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน..
และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่..
แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง..

การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน..
แต่ไม่รู้จุดหมาย..
.....ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน.
ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม
ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี..
แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง..
เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง...
.....และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง..

เมื่อวันนึงผมพบกับผู้หญิงที่ตามหาปลายอีกด้านนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..
แต่เธอคงไม่ใช่ปลายด้ายแดงของผมหรอก..
เพราะด้ายแดงของผมยังไปอีกไกล...
.....เราพบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
และก็ไม่ได้เป็นการพบกันที่ทำให้ผมพอใจมากนัก..
บอกตรงๆ เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคของผมเลย..
แถมเราทะเลาะกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
แต่เราก็ร่วมเดินทางด้วยกัน

เพราะด้ายสีแดงของเธอกับของผมมันไปทางเดียวกันน่ะสิ.
.....ก็ยังดีนะ ที่ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว
อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทาง
ที่เห็นและตามหาปลายอีกข้างนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..
....การเดินทางร่วมกันของเราทำให้
ผมเห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนี้มากขึ้น..
เป็นตัวจริงที่น่าเคารพ น่าให้เกียรติในฐานะผู้หญิงคนนึง..
จะว่าไปเธอก็นิสัยดีนะ
ตอนที่ทะเลาะกันครั้งแรกคงเป็นการเข้าใจผิดซะมากกว่า
ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอเริ่มดีมากขึ้นเรื่อยๆ..
มีอยู่ครั้งนึงที่ผมคิดว่าถ้าปลายด้ายแดงอีกข้างนึงของผม
ไปหยุดอยู่ที่นิ้วก้อยของเธอก็คงจะดี..
มันก็ไม่แน่นะ..
ถ้าเป็นจริงผมก็คงมีความสุข.. แต่ถ้าไม่ใช่ ..
ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่วิเศษกว่าเธอคนนี้แน่ๆ ..

ยิ่งผมได้รู้ว่าเพื่อนร่วมเดินทางของผมเป็นผู้หญิงที่วิเศษเพียงใด
ผมก็ยิ่งอยากให้ผมเจอปลายด้ายแดงของผมไวๆ ..
ผู้หญิงที่ดีกว่าผู้หญิงคนนี้
ผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ของผมจะเป็นยังไงน๊า..
.....นานขนาดไหนก็ไม่รู้ที่เราร่วมเดินทางด้วยกัน..
ผมยอมรับว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุด..
เราช่วยเหลือกันมาตลอด..
แต่มันก็คงจะสิ้นสุดแล้วล่ะ.. เพราะด้ายแดงของผมกับเธอ มันแยกกัน..
ตรงทางแยกพอดี..
ทางแยกนี้มันแยกไปสู่เมืองสองเมือง ..
ด้ายของผมแยกไปทางขวา..
มุ่งสู่เมืองบนยอดเขา
ซึ่งผมเชื่อว่าคงเป็นปลายด้ายของผมแล้วล่ะ ..
เพราะเมืองนี้อยู่ยอดเขาพอดี..
ส่วนของเธอแยกออกไปที่เมืองข้างล่าง..
.....เรายืนคุยกันตรงทางแยกซักพักนึง
เพื่อกล่าวคำอำลาและแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน
เราจะได้เจอจุดหมายของเราซักที..

ข้อตกลงสุดท้ายของเราก่อนจะแยกจากกันคือ
เราจะกลับมาเจอกันที่ตรงทางแยกนี้
ไม่ว่าจะเจอ หรือไม่เจอปลายด้ายแดงก็ตาม..
เราตกลงกันตามนี้..
แล้วเราก็แยกทางกัน....
.....ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องกลับมาเดินทางคนเดียว

ทำให้ผมไม่ดีใจมากนักที่รู้ว่า
ปลายด้ายของผมจะไปสุดตรงที่เมืองตรงยอดเขา
ผมเดินแยกจากเธอไปช้าๆ.. ในหัวมีแต่เรื่องต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตอนที่เราเดินทางด้วยกัน..
ความประทับใจต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง.. ความรู้สึกดีๆ
ที่เรามีให้กัน..
.....และแล้วผมก็หยุดเดิน ..
หยุดห่างจากทางแยกไม่ไกลเท่าไหร่..
แล้วผมก็วิ่งกลับไปยังทางแยกนั้นอีกครั้ง..
ไม่มีเหตุผลที่ผมทำแบบนี้เลย..
แต่ก็ทำ.. ผมกลับไปถึงทางแยกนั้นอีกครั้ง..
ซึ่งเธอก็นั่งอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้ว..
.....เรานั่งคุยกันซักพัก..

ผมบอกเธอไปว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงกลับมา..
ส่วนเธอ..
เธอบอกว่าเธอกลัว..
กลัวว่าจะไม่มีใครตรงปลายด้ายแดงของเธอ
แล้วเธอก็ร้องไห้..
เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอร้องไห้..

.....สิ่งที่ผมภูมิใจมากกว่าตัดสินใจการออกเดินทางตามหาคู่ชีวิตของผม
..คือการตัดสินใจครั้งนี้แหละ..
ผมเช็ดน้ำตาให้เธอ .. ตัดด้ายแดงของผม และเธอออก
แล้วผูกเข้าด้วยกัน...
ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะโกรธผมรึเปล่าที่ผมทำแบบนี้..
อยากจะถามเธออยู่หรอก
แต่เธอก็ร้องไห้ไม่หยุด.. และกำลังกอดผมอยู่...
 
                                                                                                             
-----------------------------------------------------------
 
    
 
-----------------------------------------------------------
 
ปล.ขอบคุณฟอร์เวอร์ดเมล์ดีๆจากเจ๊หวานด้วยนะค๊าบบ
February 21

Bye~ : ในความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันบนโลกใบนี้


Photobucket

ห่างหายไปนานจนนึกว่าจะไม่ได้มาเขียนต่อซะแล้วสิ (^^")
ช่วงนี้ไปติด HI5
ครับ ตามไปเยี่ยมเยียนกันได้

ติดถึงขั้นที่ว่า เปิดเครื่องมา เช็คเมลล์
แล้วก็ต้องเข้าเจ้า HI5
นี่ก่อนเลย คิดดูดิ

แต่พักหลังมานี่กำลังพยายามเปลี่ยนนิสัยตัวเอง
ใช้คอมพ์ให้น้อยลง ใช้ชีวิตให้มากขึ้น ^^

จำได้ว่าผมเคยบ่นมาตลอดว่า อยากจะลาออก
จะไปเรียน จะไปทำโน่นทำนี่
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ชีวิตผมก็ยังเหมืนเดิม
 แผนที่วางไว้ ก็ค่อยๆได้ทำทีละอย่างสองอย่าง
แต่ทำตามแผนการของจริง ระยะเวลาจริง
เล่นจริง เจ็บจริง นี่มันนานกว่าที่คิดแฮะ

ไหนจะรวมไปถึงช่วงที่ตั้งหลัก ดูจังหวะและโอกาส
ดูไปก่อน อยู่ไปก่อน ..อย่างช่วงนี้ด้วย
..นานจริงๆ เฮ่อ

นาน .. จนมีคนแซงหน้าลาออกไปก่อน อีกคนนึงละ
ได้ข่าวว่า พี่สาวแสนสวย จะไปกิน เอ้ยย เป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ฟลอริด้า
พร้อมกันนั้น อาจจะได้เจอกับพายุเฮอริเคนที่ไฝ่ฝัน
"ไม่เป็นไรพี่ชอบ เคยเห็นในทีวี เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาฝาก เอิ้กก"
..ไหวไหมเนี่ย พี่เรา..
สู้ๆคับ

จริงๆเพลงนี้ เหมาะกับบรรยากาศแบบว่า
ร่ำลากันจากการจบการศึกษามากกว่า

แต่ความหมายดีๆแบบนี้ ส่วนตัวแล้วชอบมากไง
 เลยอยากจะมอบให้ ในโอกาสที่จะต้องร่ำลากันไปอย่างตอนนี้
"โชคดีนะพี่"


---------------------------------------------------------------
 Bye : สิงห์เหนือเสือไต้

เฮ้เธอ ก่อนโบกมือลา ขอร้องเธอทบทวนบางอย่างที่เราสัญญา
ว่าจะไม่ลืม แม้วันข้างหน้าทุกสิ่งทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป
สัญญานะจะไม่ลืมเลือนว่าเพื่อนคนนี้คือใคร
และขอให้จำขึ้นใจว่าไม่มีใครใดอื่น
จริงใจกับเธออย่างนี้ เท่ากับเพื่อนเก่าเพื่อนซี้ในเมื่อวานซืน
และคนที่หยัดยืนเคียงข้างเป็นเพื่อนไม่เป็นอื่น และจะเป็นอย่างงี้เสมอไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือวันมะรืน

และฉันไม่คืนคำหรอกเพื่อนรักไม่ต้องเขิน ไม่เคยจะพูดออกไป ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เขิน
และฉันก็กลั๊วกลัวเธอจะไปคิดว่าผิวเผิน เวลาจะไม่มีอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกยังมากเกิน
จะพูดไปเพลิ๊นเพลิน ว่าทางเดินมันจบตรงนี้หละ
ประตูบานเก่าปิดลง ประตูบานใหม่ก็เปิดขึ้นแล้วล่ะ
เมื่อเธอต้องไปลำพัง ก็จงดูแลตัวเองดีๆนะ
และเจอกันใหม่อีกครั้งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ฉันมั่นใจ..
ว่าเธอจะแข็งแรง กว่าเมื่อก่อน
จะมีวันที่ดี อย่างที่ฝันเอาไว้เมื่อก่อน

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่มีเลือนลาง

และเข็มนาฬิกาที่มันเคลื่อน ก็พาเรามาจนถึงวันที่ตัวฉันเองก็อยากเลื่อน
ถึงเวลาที่คำว่าเพื่อน ต้องตามหาสิ่งที่ตัวเชื่อ
หยิบปากกามาเซนต์เสื้อว่าในทุกเมื่อที่น้ำตาทำแก้มของเธอเปื้อน
มันจะเป็นเรื่องธรรมดา ความเศร้าไม่เคยมาแตะทีมีก็แค่พระศาสดา
เมื่อเรายังเป็นแค่คนที่ออกเดินค้นในสิ่งที่ตามหา ขวากหนามและอุปสรรคจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา
การจากลาเป็นตัวแทนของการเริ่มต้น..สิ่งใหม่ๆ
โลกนี้มันกว้างใหญ่ เกินกว่าที่เราจะแขวนเอาไว้บนไหล่
ข้างนอกมีความฝันใฝ่ ยืนรอให้เธอไปคว้าไขว่
และฉันพบว่ามันมีเยอะ กว่าที่เราสองจะนับได้ถ้วนว่ามีเท่าไหร่
เมื่อกบ 2 ตัว แยกกันออกจากกะลา
ฉันเลยเก็บมิตรภาพเจือจางกับหมึกปากกา
เขียนข้อความถึงตรงนี้ ว่าไกลห่างนับหมื่นลี้
แต่ ซอโซ่ กอดคอไม้โท และสระอี ยังเหมือนเดิม
เธอจงจำไว้เพื่อนซี้ แม้จะยังมีผลสมการที่เราโบกมือบ๊ายบาย
ให้ความเป็นเพื่อนเป็นสัมปทานกับสิ่งดีๆ และร้ายๆ
เขียนคำลาตั้งยืดตั้งยาว เพียงอยากบอกเธอตอนท้ายๆ

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่มีเลือนลาง

ฟ้าที่ถูกเมฆดำมากั้นบัง ไม่ได้แปลว่าข้างหลังเมฆจะปราศจากซึ่งแสงจันทร์
มันก็คงจะเหมือนดังที่ใครซักคนเค้ากล่าว ..
ว่าเพื่อนแท้มันหายาก เพราะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เราล่องเรือลงลำเดียวกัน มาทั่วทั่งอ่าว แต่แล้วจะมีใครรู้ว่าอ่าวที่ว่ามันอาจจะกว้างแค่กาละมัง
พรุ่งนี้ยังมีอาทิตย์อันร้อนผ่าว และมันคงจะถึงคราวที่ฉันและเธอต้องหันหางเสือเรือกลับเข้าฝั่ง
เพราะฝนทั่งให้เป็นเข็มง่ายกว่า หางมในทะเล
เก็บภาพของข้าวมื้อนั้นที่เราแบ่งกันในจานเปล
เก็บเนื้อร้องเดิมๆท่อนนั้นที่เรากอดคอกันร้องเพลง
เหลือเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่ฉันจะปล่อยให้บรรเลง
แทนน้ำตาล่วงผลอย จากดวงตาจ๋อยๆ
เก็บสีหน้าหงอยๆ ก่อนโบยมือลาหยอยๆ

ในวันพรุ่งนี้ ที่นี่ก็คงจะเปลี่ยนไป
ผู้คนมากมายเข้ามาแทนเธอกับฉัน
บนกระดาน ข้อความเดิมๆที่ฝากเตือนทิ้งไว้
มันคงสลายกลายเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงบนความว่างเปล่า
บนทางเดินเก่าๆ บนโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ
ไม่ว่าจะมีใครมาตรงนี้มันก็ยังเป็นที่เก่าๆ
ก็เรื่องราวที่เราได้ทิ้งไว้ ไม่ลบเลือนไปง่ายดาย
และเพียงเธอยังมีข้อความให้รับรู้
และเมื่อคิดถึงยังมองดูรูปถ่าย
ภาพที่ยังจำกัน ในเมื่อเจอกันอีกครั้ง จำไว้ว่าฉันยังมีเธอเสมอไป

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แม้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำงดงาม ที่ไม่เคยเลือนลาง

---------------------------------------------------------------
January 09

บทเพลงเพื่อพระพี่นางฯ - Songs for Her Royal Highness Princess Galyani Vadhana

 

Photobucket


เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์​
หลากหลายหน่วยงานและหลากหลายฝ่ายอาชีพต่างพร้อมเพรียงกันออกมา"ทำอะไรสักอย่าง"

ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานนิทรรศการตามมหาวิทยาลัยต่างๆ,
รายการพิเศษ การรายงานเหตุการณ์อย่างไกล้ชิด
และการเปิดพระราชกรณียกิจของสถานีโทรทัศน์,
การที่รายการต่างๆที่ร่วมใจกันเปลี่ยนมาใช้ภาพสีขาว-ดำ เพื่อร่วมไว้อาลัย,
กองกษาปณ์จัดทำเหรียญที่ระลึก, ประชาชนร่วมกันแต่งกายชุดขาว -ดำเพื่อไว้อาลัย,
การร่วมลงนามไว้อาลัย และการจัดพิธีร่วมไว้อาลัยตามสถานที่ต่างๆ ฯลฯ

ถือเป็นความสามัคคีล่าสุดที่คนไทยได้ร่วมแสดงความไว้อาลัย ด้วยความจงรักภักดีตามหน้าที่ของตน
เพื่อถวายอาลัยและรำลึกถึงคุณประโยชน์มากมายที่ท่านได้มอบไว้แก่ประชาชนชาวไทยและชาวโลก

รวมไปถึงวงการดนตรีอย่างเราๆ ที่มีบทบาทไม่น้อยเลยในช่วงเวลานี้
หลายฝ่ายเริ่มมีการทำเพลงหรือนำเพลงที่เคยทำไว้ออกมาให้ฟังเพื่อร่วมน้อมรำลึกฯกันมาก
ผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลในปัจจุบันที่กระจัดกระจายอยู่ไว้เพื่อเป็นความรู้แก่ท่านที่สนใจ
และเป็นการบันทึกเรื่องราวในช่วงเวลานี้ไปในตัวด้วยครับ ^^

--------------------------------------------------------------------------

~ บทเพลงเพื่อสมเด็จพระพี่นางฯ ~

--------------------------------------------------------------------------


1. แสงหนึ่ง - บอย โกสิยพงษ์

ในครั้งแรก แต่งขึ้นเพื่อใช้ประกอบนิทรรศการ "แสงหนึ่งคือรุ้งงาม"
เนื่องในวโรกาศที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 84 พรรษา
เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจ และเห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อคนไทย
ขับร้องโดยคุณ นภ พรชำนิ  ต่อมาได้ถูกนำมาทำใหม่อีกครั้งในเวอร์ชั่นดนตรีคลาสสิค
โดยนักเรียนทุนดนตรีคลาสสิก​ใน​พระอุปถัมภ์ เพื่อใช้ใน​คอนเสิร์ต
พระกรุณาธิคุณทุนดนตรีคลาสสิก​ ​แสงหนึ่งคือรุ้งงาม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550
และถูกนำมาออกอากาศครั้งแรกในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 เป็นรายการแรก
ในวันพุธที่ 2 มกราคม 2551

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ชมคลิปรายการเรื่องเล่าเช้านี้สัมภาษณ์คุณบอยด์ โกสิยพงษ์ กับที่มาของเพลง"แสงหนึ่ง" 1
ชมคลิปรายการเรื่องเล่าเช้านี้สัมภาษณ์คุณบอยด์ โกสิยพงษ์ กับที่มาของเพลง"แสงหนึ่ง" 2
ชมคลิปรายการเรื่องเล่าเช้านี้สัมภาษณ์คุณบอยด์ โกสิยพงษ์ กับที่มาของเพลง"แสงหนึ่ง" 3

ชมคลิปแสดงสดเวอร์ชั่นคุณศิโตนร้องเดี่ยวร่วมกับนักเรียนทุนดนตรีคลาสสิค 5 คน
ชมคลิปเพลงแสงหนึ่ง เวอร์ชั่นร้องหมู่ โดยศิลปินค่าย Love is (ตู่, แชมป์, คัตโตะ, แสตมป์)



2. แก้วกัลยา - ประภาส ชลศรานนท์

ออกอากาศครั้งแรก ในรายการคุณพระช่วย วันที่ 2 พฤษภาคม 2549
และนำมาออกอากาศอีกครั้งในวันอังคารที่ 8 มกราคม 2551
เพื่อถวายพระเกียรติ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่คนพิการ
โดยทรงพระราชทานดอกแก้วกัลยา ให้เป็นสัญลักษณ์แก่คนพิการทั่วประเทศ
ขับร้องโดย น้องตั๊ก-อธิศรี  สงเคราะห์ ผู้พิการทางสายตา
และยังได้รับความร่วมมือ ระหว่างสมาคมดนตรีเพื่อคนตาบอด,
วงซิมโฟนีจากกองดุริยางค์ทหารบก, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ที่ได้คัดเลือกน้องๆ พิการทางหูทั้งชายและหญิง มาร่วมแสดงภาษามือประกอบเพลง
เพื่อสื่อสารให้กับผู้พิการทางหูทั่วประเทศเข้าใจ
 

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ชมคลิปวีดิโอและประมวลภาพประกอบ เพลงแก้วกัลยา โดยบริษัทเวิร์คพ้อยท์ 
ศึกษาเนื้อเพลง และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากกระทู้ในเวบพันทิบ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก เวบไซท์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
>> ดาวน์โหลดเพลง แก้วกัลยา และเนื้อเพลง ได้จากเวบไซท์ของเวิร์คพ้อยท์เลยครับ <<



3. สู่สวรรค์นิรันดร - นิค พาร์ทไทม์

ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 3 มกราคม 2551 ในช่อง TITV
โดยเป็นการประมวลภาพพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ประกอบบทเพลง
โดยเจ้าของบทเพลงนั้น เป็นศิลปินพื้นบ้านจังหวัดระยอง 

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ชมคลิปวีดิโอแสดงสด เพลงสู่สวรรค์นิรันดร โดย นิค พาร์ทไทม์และทีมงาน
ชมคลิปวีดิโอและประมวลภาพประกอบ เพลงสู่สวรรค์นิรันดร โดย นิค พาร์ทไทม์
>> ดาวน์โหลดเพลง เนื้อเพลง และ MV ได้จากกระทู้ในเวบพันทิป <<



4. สมเด็จพระพี่นางอยู่ในใจ - อี๊ด โปงลางสะออน

ออกอากาศครั้งแรก รายการตีสิบ วันอังคารที่ 8 มกราคม 2551
โดยมีศิลปิน วงโปงลางสะออน,ติ๊กชีโร่,สินเจริญบราเทอร์
และคุณปูพงษ์สิทธิ์ ได้ร่วมแต่งเพลงเพื่อพระพี่นางฯ และนำมาเล่นให้ฟังกันสดๆในรายการ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ชมคลิปวิดีโอแสดงสด เพลงสมเด็จพระพี่นางอยู่ในใจ โดย อี๊ด โปงลางสะออน
>> ดาวน์โหลดเพลง เนื้อเพลง และฟังเพลงนี้ได้จากรายการ ตีสิบ คลิกเลย!!  <<



5. อาลัยสมเด็จพระพี่นาง - ติ๊ก ชีโร่

ออกอากาศครั้งแรก รายการตีสิบ วันอังคารที่ 8 มกราคม 2551
โดยมีศิลปิน วงโปงลางสะออน,ติ๊กชีโร่,สินเจริญบราเทอร์
และคุณปูพงษ์สิทธิ์ ได้ร่วมแต่งเพลงเพื่อพระพี่นางฯ และนำมาเล่นให้ฟังกันสดๆในรายการ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

ชมคลิปวิดีโอแสดงสด เพลงอาลัยสมเด็จพระพี่นาง โดย ติ๊ก ชีโร่ พร้อมกับวงคอรัสเด็ก น่ารักมากๆ
>> ดาวน์โหลดเพลง เนื้อเพลง และฟังเพลงนี้ได้จากรายการ ตีสิบ คลิกเลย!! <<



6. ดอกไม้ของแผ่นดิน - สินเจริญบราเทอร์

ออกอากาศครั้งแรก รายการตีสิบ วันอังคารที่ 8 มกราคม 2551
โดยมีศิลปิน วงโปงลางสะออน,ติ๊กชีโร่,สินเจริญบราเทอร์
และคุณปูพงษ์สิทธิ์ ได้ร่วมแต่งเพลงเพื่อพระพี่นางฯ และนำมาเล่นให้ฟังกันสดๆในรายการ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ชมคลิปวิดีโอแสดงสด เพลงดอกไม้ของแผ่นดิน โดย สินเจริญบราเทอร์
>> ดาวน์โหลดเพลง เนื้อเพลง และฟังเพลงนี้ได้จากรายการ ตีสิบ คลิกเลย!! <<



7. สมเด็จพระพี่นางสิ้นแล้ว - ปู พงษ์สิทธิ์

ออกอากาศครั้งแรก รายการตีสิบ วันอังคารที่ 8 มกราคม 2551
โดยมีศิลปิน วงโปงลางสะออน,ติ๊กชีโร่,สินเจริญบราเทอร์
และคุณปูพงษ์สิทธิ์ ได้ร่วมแต่งเพลงเพื่อพระพี่นางฯ และนำมาเล่นให้ฟังกันสดๆในรายการ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
>> ดาวน์โหลดเพลง เนื้อเพลง และฟังเพลงนี้ได้จากรายการ ตีสิบ คลิกเลย!!  <<



--------------------------------------------------------------------------

ปล.ข้อมูลอาจจะยังไม่สมบูรณ์นะครับ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะคอยมาเขียนเพิ่มเรื่อยๆครับ

ยังไงไหนๆก็หลงเข้ามาแล้ว แวะคอมเม้นท์กันสักหน่อยนะครับ ^^

วันนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ ^^

January 06

แสงหนึ่ง : ร่วมถวายอาลัย แด่สมเด็จพระพี่นางฯ

 
    

"ขอร่วมถวายอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์​
ขอพระองค์จงเสด็จสู่สวรรคาลัย และเป็นแสงหนึ่งอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยตลอดกาล"
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม - ข้าพเจ้าไซนิล สมบูรณ์


ขอนำเพลงที่โดดเด่นมากในช่วงนี้ซึ่งเป็นบทเพลงที่คุณ บอย โกสิยพงษ์
ได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อประกอบนิทรรศการ"แสงหนึ่งคือรุ้งงาม"
เมื่อครั้งฉลองครบรอบพระชนมายุ 84 พรรษา
แต่ที่หยิบมาให้ฟังนี้จะเป็นเวอร์ชั่นที่นักเรียนทุนดนตรีคลาสสิก​ใน​พระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ได้เล่นถวายใน​คอนเสิร์ตพระกรุณาธิคุณทุนดนตรีคลาสสิก​ ​แสงหนึ่งคือรุ้งงาม

--------------------------------------------------
แสงหนึ่ง
Boyd & Nop

Verse 1
รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน
และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่
ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ
เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร
เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น
เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป
Pre , Chorus
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
Chorus
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Verse 2
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร
วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่
เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง
Pre , Chorus
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่สำหรับเรานั้น...
Chorus
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
Bridge
จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้
ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
Chorus
เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด

  --------------------------------------------------
November 23

Yesterday tomorrow .. Today! : เรายังคงเดินไปข้างหน้าไช่ไหม?

 

ในตัวเรามีเรื่องราวมากมายไหลผ่านอยู่ตลอดเวลา_9handy

ความรู้สึกตอนนี้ .. เหมือนอยากจดจำช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด
มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆช่วงหนึ่ง

กับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน .. เฮ้ ยังไงเราก็ยังเจอกันนะ
กับเพื่อนๆและน้องๆที่ทำงานด้วยกัน .. เอาน่า แล้วจะมาเยี่ยมน้า..

เมื่อได้ตัดสินใจไปแล้ว    "ต้องชัดเจน"



เราคิดดีแล้ว


..ในเงื่อนไขที่มี ..ในตัวเลือกที่มี

เราว่าเราเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วล่ะ

ทีนี้ก็ต้องเล่นกันตามแผนดูซักตั้ง
คีย์เวิร์ดสำคัญสำหรับแผนนี้ก็คือ

"ชัดเจน" และ "อย่ากั๊ก"

มึงต้องชัดเจนนะแฮนด์

--------------------------------------------------

ตอนนี้ผมกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนในชีวิตอีกจุดหนึ่ง
..ลาออกจากงาน ย้ายจากร้านที่ร้องเพลง
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมาย คือเรียนต่อ
เอาวะ ทำขนาดนี้แล้ว ก็มีแต่ต้องก้าวไปข้างหน้านั่นล่ะนะ
เฮอะ แต่ยังไงผมก็ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆอยู่แล้วน่า

เอาเป็นว่าผมอาจจะห่างหายไปบ้างนะคับ
ช่วงนี้ยังยุ่งๆอยู่กับการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนี้น่ะครับ

คิดถึงทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ และคุณ

และขอบคุณจริงๆสำหรับทุกคำแนะนำและกำลังใจดีๆ

แล้วเจอกัน!


--------------------------------------------------

October 25

ParastaClothing : open to order NOW !!

 

มาแล้วครับแบรนด์เสื้อผ้าใหม่ ParastaClothing ต้อนรับลมหนาวกับ winter collection 2007!!

 logo

protect easy

future wild

ใครบางคนบอกผมว่า "ความฝัน .. ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน มักเริ่มจากก้าวแรกเสมอ"

สุดยอดโปรเจคยักษ์ใหญ่ พันล้าน ที่มัวแต่คิดเอาไว้แต่ยังไม่ได้ทำเสียที จะดีหรือ
เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นเล็กๆ ที่เป็นการลงมือทำ ค่อยๆตามความฝัน ไปทีละก้าว ทีละก้าว
ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่มันได้ไกล้เข้ามาอีกก้าวแล้ว

"ก้าวแรก" นี่ล่ะที่ผมคิดว่า..สำคัญที่สุด

และวันนี้ มีกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ได้เริ่มเดินทางตามความฝันกับเส้นทางที่ตนเองรักและถนัด

ใครสนใจอยากร่วมเป็นหนึ่งในการสนับสนุนการเริ่มต้นดีๆ กับพวกเขาก็สามารถคลิกเข้าไป
ชมคอลลเลคชั่นนี้ได้ที่นี่ครับ --> ParastaClothing

ไม่แน่นะครับ วันนึง ถ้าคอลเลคชั่นเหล่านี้กลายเป็นสินค้าหายากขึ้นมา
คุณอาจกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ใส่"เสื้อ"แล้ว"ยืดด"ได้จริงๆ หึหึ ^^

---------------------------------------------------------

September 26

~เวียงจันทร์ : อดีต ปัจุบัน อนาคต~

 

welcome

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเวียงจันทร์มาครับ
ตามสัญญาที่ให้ไว้กับใครบางคน .. คุณนั่นแหละ
บอกจะรีบมาอัพให้เร็วที่สุด ^_^ .. มาแว้วจ๊าา

ในทีแรกนั้น พวกเราว่าจะไปลาวเพื่อดูประกวดนางสาวลาวกัน
เตรียมกล้อง และเตรียมตัวกันไปเต็มที่
ปรากฎว่า "ชวด" สิครับ
งานประกวดที่ลาวส่วนใหญ่ จะต้องจองโต๊ะ
ซึ่งคล้ายๆกับโต๊ะจีนบ้านเรา และจะมีเหล้าให้ 1 ขวด

"โต๊ะเต็มแล้วนะครับ ต้องมีปี้(ตั๋ว)ถึงจะเข้าได้"
ปี๊ ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
โต๊ะนึงนั่งได้ 10 คน
ที่นั่ง เฉพาะโซนหลังๆ คิดเป็นเงินไทยก็ แปดพันแล้ว
ก็เลยต้องอำลากันมาอย่างเสียดาย

ตื่นเช้าไปกินเฝอ(ก๋วยเตี๋ยว)เจอรูป นางงามทั้ง 18 คนเข้า
เลยถ่ายเก็บมาฝากเน่อ

 thewinneris

มีเพื่อนชาวลาวกระซิบบอกว่า เสียดายน้องเบอร์ 4 มาก
เป็นตัวเก็งที่ใครๆก็เชียร์ แต่วันดีคืนดีดันมาขอถอนตัวเพื่อไปผ่าใส้ติ่งซะงั้น
(^_^")\

สุดท้ายก็เลยไม่ได้ไปไหนมากมาย
แค่ไปทานข้าวใต้สะพาน แม่น้ำงึม

IMG_0063 IMG_0060IMG_0064 

แล้วไปนั่งจีบเบียร์(เป็นลังๆ) ชมพระอาทิตย์ยามเย็น ที่ลานเบียร์ริมแม่น้ำโขง
ซึ่งไปที่ไหนใครๆก็ดื่ม เบียร์ลาวครับพี่น้องงง
ถามหน่อยเหอะ บ้านเมืองนี้เค้าจะไม่กินน้ำเปล่ากันเลยเร้อออ!!

IMG_0095 

IMG_0084

IMG_0081

พอตื่นเช้า ก็ไปชอปปิ้ง ที่ตลาดใหม่ อยู่ลึกเข้าในในเมือง
...
...
ก่อนกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพคร๊าบบ

220920071304
220920071303
220920071299 

ปล.มีรูปสวยๆเยอะเลย แต่ถ้าจะดูทั้งหมด เข้าไปดูได้ในอัลบั้มนะคร๊าบบ

----------------------------------------------

   

----------------------------------------------

September 16

แม่ : ^_^

 
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket 
 
ขมวดคิ้ว
หรี่ตามอง
ฉันแกล้งทำเป็นหลับ,
ในขณะที่แม่ขยับผ้าห่ม มาห่มตัวฉัน
ลูบหน้าผากฉันเบาๆ
เล่านิทานเรื่องนางฟ้าใจดี
นางฟ้าที่บินมาให้พรวิเศษสามข้อ
แม่เล่าเรื่องนี้ทุกคืน, ซ้ำๆ
แต่ฉันก็ยังชอบฟัง
เสียงแม่อ่อนโยน
และอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้ยินจากใครในโลกนี้

นางฟ้าใจดีมีพรสามประการ
สำหรับคนที่มีปรารถนาในใจ
หากอยากได้อะไรก็ให้ขอ
ทุกคืน แม่จะถามฉันว่าอยากได้อะไร
ฉันตอบไม่เคยซ้ำกัน
อยากได้หุ่นยนต์ อยากได้เกมกด
แต่ข้อสุดท้ายจะขอเก็บไว้
เอาไว้ขอ ให้ขอได้อีกสามข้อ
แม่หัวเราะฉันอย่างเอ็นดู
หอมแก้มฟอดใหญ่
แล้วปิดไฟที่หัวเตียง

วันแรกเมื่อแม่พาฉันมาส่งที่โรงเรียน
โลกภายนอกคือสถานที่ใหม่-ไม่คุ้นเคย
แม่ดันหลังฉันเข้าไปในห้องเรียน
ฝากฉันไว้กับคุณครู
ฉันไม่ยอมเข้าไป
ในห้องนั้นมีแต่คนแปลกหน้า
ฉันร้องไห้ราวกับว่า โลกกำลังจะแตกสลาย
เพราะคิดว่าแม่จะทิ้งฉันไป

นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันเคยเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในตัวแม่
จนถึงก้าวแรกที่ฉันเริ่มเดินห่างออกมาจากแม่
และค่อยๆ ห่างออกมาเรื่อยๆ
ฉันไกลจากแม่มากขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนเราจะต้องอยู่ไกลจากกัน
มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในผิวของฉัน มีสัมผัสของแม่..
ทำให้ฉันรู้ว่า โลกนี้ยังมีด้านที่สวยงาม
ในลิ้นของฉัน มีรสชาติอาหารของแม่..
เพื่อให้ฉันยังไม่ลืมรากเหง้าของตัวเองไป
ในหูของฉัน ยังมีเสียงกล่อมของแม่..
ปลอบโยนฉัน ในวันที่พ่ายแพ้
ในใจของฉัน มีคำสอนของแม่..
เป็นเข็มทิศให้ฉันไม่ลอยคว้างอยู่ในโลกกว้าง

ฉันจึงได้รู้ว่า
ฉันกับแม่ ไม่เคยห่างกัน

ขมวดคิ้ว
หรี่ตามอง
ฉันแกล้งทำเป็นหลับ,
ฉันนอนหนุนตักแม่ อยากหยุดเวลาไว้
แม่ลูบหัวฉันเบาๆ เหมือนเมื่อก่อน
แม่ไม่ต้องเล่าเรื่องนางฟ้าให้ฉันฟังแล้วนะ
ฉันต่างหาก ที่จะพานางฟ้ามาให้แม่
แม่อยากได้พรกี่ข้อ
ฉันเอง ฉันจะทำ
แม่ยิ้ม

แม่รู้ไหม,
ถึงแม้วันนี้ ฉันจะเดินออกมาไกลจากอกแม่สักแค่ไหน
แต่ใจฉันรู้อยู่เสมอว่า ฉันยังจำทางกลับไปได้.


ที่มา : บอยไตร ไดอารี่

29 สิงหาคม 50

-------------------------------------------------------------

ระหว่างที่กำลังแต่งตัวจะออกไปร้องเพลง

เราเอง : แม่..วันนี้หน้ามันไหม
แม่ : ไม่ โอเคแล้ว ไปเหอะ
เราเอง : จริงอ่ะ หน้าไม่ดำใช่ไหม
แม่ : เออ..ขนาดพ่อแกดำกว่านี้ ยังมีแฟนเลย
เราเอง : ... ... ... ... ...

-------------------------------------------------------------

   

แม่ : บอย ไตร

ทุกครั้งตอนที่ฉันเสียใจ เธอใช่ไหมที่อยู่ข้างกัน
หรือแม้ตอนที่ฉันไหวหวั่น เธอเท่านั้นที่ไม่เคยทิ้งไป
ในคืนที่ฉันเหงาที่สุด เธอรับรู้และกอดฉันไว้
ด้วยความรักที่แสนยิ่งใหญ่ ที่มีให้ฉันคนนี้จริงๆ

แล้วจะต้องการอะไรไปกว่านี้
เพราะว่ามันเพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว
เมื่อรู้ว่ายังมีคนคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้าใจ
มันก็คงเพียงพอแล้ว กับความหมาย
ไม่เห็นจำเป็นต้องมากมาย

ถึงใจจะแสนเหนื่อย แต่ฉันคงจะสู้ไหว
ดูเหมือนโลกนี้ก็คงยังไม่เลวร้าย เพราะฉันยังมีเธอ

บางทีฉันก็ไม่ตั้งใจ จนทำร้ายความรู้สึกของเธอ
ทิ้งรักเธอนั้นไว้จนเก้อ แต่ทุกครั้งเธอก็ยังเข้าใจ
คนเดียวที่รักฉันที่สุด คนคนนั้นคือเธอใช่ไหม
ด้วยอ้อมแขนที่แสนยิ่งใหญ่ ที่มีให้ฉันคนนี้จริงๆ

แล้วจะต้องการอะไรไปกว่านี้
เพราะว่ามันเพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว
เมื่อรู้ว่ายังมีคนคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้าใจ
มันก็คงเพียงพอแล้ว กับความหมาย
ไม่เห็นจำเป็นต้องมากมาย

ถึงใจจะแสนเหนื่อย แต่ฉันคงจะสู้ไหว
ดูเหมือนโลกนี้ก็คงยังไม่เลวร้าย เพราะฉันยังมีเธอ

เพราะมันเพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว
เมื่อรู้ว่ายังมีคนคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้าใจ
มันก็คงเพียงพอแล้ว กับความหมาย
ไม่เห็นจำเป็นต้องมากมาย

ถึงใจจะแสนเหนื่อย แต่ฉันคงจะสู้ไหว
ดูเหมือนโลกนี้ก็คงยังไม่เลวร้าย เพราะฉันยังมีเธอ

เพราะมันเพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว
เมื่อรู้ว่ายังมีคนคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเข้าใจ
มันก็คงเพียงพอแล้ว กับความหมาย
ไม่เห็นจำเป็นต้องมากมาย

ถึงใจจะแสนเหนื่อย แต่ฉันคงจะสู้ไหว
ดูเหมือนโลกนี้ก็คงยังไม่เลวร้าย เพราะฉันยังมีเธอ

-------------------------------------------------------------

September 08

Unbeliveable : Craig David

 
  


Unbelievable : Craig David

Always said I would know where to find love,
Always thought I'd be ready and strong enough,
But some times I just felt I could give up.
But you came and changed my whole world now,
I'm somewhere I've never been before.
Now I see, what love means.

[Chorus]
It's so unbelievable,
And I don't want to let it go,
Something so beautiful,
Flowing down like a waterfall.
I feel like you've always been,
Forever a part of me.
And it's so unbelievable to finally be in love,
Somewhere I'd never thought I'd be.

In my heart, in my head, it's so clear now,
Hold my hand you've got nothing to fear now,
I was lost and you've rescued me some how-.
I'm alive, I'm in love you complete me,
And I've never been here before.
Now I see, what love means.

[Chorus]

When I think of what I have, and this chance I nearly lost,
I cant help but break down, and cry.
Ohh yeah, break down and cry.

[Chorus]

Now I see, what love means

หนึ่งในมายไอดอล
อายุก็ยังน้อย
เก่งครับ เก่ง
และเพลงนี้ก็เพราะเหลือเกิน

 ถือเป็นซาวน์แทร็กประกอบชีวิตช่วงนี้ละกันน่า


กลอกตาไปมา

--------------------------------------

September 03

รักใช่ใหม : and why!?

 
 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
-----------------------------------------------------------------------
 
มันเกิดในหัวใจ ไม่อาจจะเข้าใจ เพราะความรู้สึกนั้นแปลก
เมื่อได้พบเธอทุกครั้ง จิตใจมันคอยหวั่นไหว
ทุกทีที่พบกัน ทุกทีที่พูดกัน ฉันเองรู้สึกเขินอาย
แต่ในหัวใจลึกๆ อยากพบและอยากเจอเธออย่างนี้

นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่ารัก
เพราะฉันไม่เคยได้รู้จัก รู้สึกกับใครซักที
นี่ใช่ไหม เมื่อฉันมีใจกับเธออย่างนี้
ทุกเวลา.. สิ่งที่เกิดในหัวใจคือรักเธอ

ไม่อยากสบสายตา ไม่อยากจะพูดจา เพราะกลัวเธอจะรู้ใจ
แต่ในหัวใจลึกๆ ยังหวังไว้ว่าเธอคงจะรู้

นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่ารัก
เพราะฉันไม่เคยได้รู้จัก รู้สึกกับใครซักที
นี่ใช่ไหม เมื่อฉันมีใจกับเธออย่างนี้
ทุกเวลา สิ่งที่เกิดในหัวใจคือ"รักเธอ" 

  
-----------------------------------------------------------------------
 
แล้วทำไม เวลาเกิดความรักทีไร มันต้องเป็นรักต้องห้ามทุกทีเลยฟระ เฮ่ยย...
 
อยู่ไกลกันมั่งล่ะ มีแฟนอยู่แล้วมั่งล่ะ
 
รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่งมั่งล่ะ
 
นั่นคือความหมายใช่ใหมว่า..
 
นี่แหละเพราะมึงเลือกมากกกกกก
 
พูดกันตามความเป็นจริง ลองให้ผมไม่เลือกดูดิ
 
ตอนนี้คงมีลูก 3 เมีย 4 พร้อมทั้งหนี้อีกบานตะไท
 
คิดไรวะเนี่ย
 
เฮ่อ ..
 
เหนื่อย
 
นี่ชีวิตเราเกิดมาเพื่อตามหาอีกคนมาเติมเต็มจริงๆใช่ใหม
 
เพราะอยู่คนเดียวทีไร ก็ยังคงเหงาทุกที
 
ในหัวมันว่างเปล่า
 
ไปกินเหล้ามา ตอนนี้เมาจัง..
 
..
 
..
 
แต่ยังไงก็ยังเหงาอยู่ดี
 
..
 
..
 
เอิ้กกก..
 
------------------------------------------------------------ 
 
 
 
------------------------------------------------------------ 
 
August 25

เป็น อยู่ คือ : Is am I - Yes I am!

 
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
-----
 
สวัสดี
ขอโทษ
ขอบคุณ
 
-----
 
อากาศเปลี่ยนนะ
ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ
จะมีเรื่องราวผ่านเข้ามามากขนาดนี้
วุ่นวาย ปั่นป่วน
 
. . ป่ ว ย . .
 
เสียเงิน เสียเวลา เสียอารมณ์
 
แต่ผมยังมีคุณ
มีพวกคุณทุกคน
 
คิดถึงว่ะ
 
หัวใจสีแดง
 
ขอโทษที่หายไปนาน
ไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายที่ว่าแหละ
 
กลับมาแล้ว
กลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
เหมือนวันที่ไม่เคยมีเธออยู่ในชีวิต
 
..
 
..
 
..
 
ตั้งแต่แรก..
 
--------------------------------------
 
    
 
---------------------------------------
 
July 26

ผูกพัน .. แล้วเราคงจะได้พบกันใหม่


 
ผูกพัน : บอยไตร
 
นี่ใช่ไหม อะไร อะไรที่เคยคิด
ชีวิตที่มีแต่ฉัน ต่อจากนี้คงตัวคนเดียวอย่างที่คิด
นี่หรือที่ใจต้องการ นี่ใช่ไหมที่ฉันเคยฝันตลอดอยู่ในใจ
ชีวิตที่ไม่มีเธอรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปไม่เข้าใจ

เก็บเรื่องราวที่มันเก่าๆใส่กล่องไว้ มองเห็นแล้วมันปวดร้าว
รูปถ่ายเราไปเที่ยวด้วยกันเมื่อตอนนั้น ตอนนี้ยิ่งดูยิ่งเศร้า

ไม่มีเสียงคำคำของเขาที่เราได้เคยฟัง
ไม่มีใครให้คอยมาไถ่ถาม เหลือเพียงแค่ความทรงจำ
ที่ย้ำให้รู้ว่า

เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน
และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ
ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้
นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว

ขาดเธอไปวันนี้ จึงได้เจอความหมาย
ไม่มีเธอวันนี้ ฉันถึงเข้าใจ

เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน
และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ
ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้
นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว

เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน
และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ
ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้
นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว

นี่ยังไงโลกที่ไม่มีเธอแล้ว
 
------------------------------------------------------
 
วันนี้ มีน้องคนหนึ่งที่ทำงานร่วมกันมาปีกว่าๆ
จะอยู่กับเราเป็นวันสุดท้าย
 
จริงๆแล้ว เค้าก็ไม่ได้จากเราไปไหนไกล
เพียงแต่รู้สึกใจหาย
ที่วันเวลาดีๆเหล่านั้นกำลังจะผ่านไป
 
ไปเรียนต่อ..
คือทางเดินที่เธอเลือก
และเป็นเส้นทางที่เราก็คอยให้กำลังใจ
 
 
 
แต่..
 
 
 
 
พรุ่งนี้คงเหงา
 
...
 
 
เพราะเป็นวันเกิดเรา .. ที่ไม่เขาอยู่ 
 
------------------------------------------------- 
 
July 14

แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ : บทเพลงแห่งการฆ่าตัวตาย

 
คำเตือน : คนอกหัก ขอให้ข้ามเอนทรี่นี้ไปก่อนนะคร๊าบบ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket 

แรงมากๆ คือคำตอบเดียวที่ได้จากการฟังเพลงใหม่ล่าสุดจากหนุ่มอคาเดมี่เสียงดีคนนี้
"อ๊อฟ ปองศักดิ์" 
ที่ขึ้นแท่นเจ้าแห่งเพลงซึ้ง กันไปเรียบร้อยตั้งแต่..ตะวันยังมีให้เห็น..คำถามที่ต้องตอบ
และเพลงเพราะอีกมากมายที่ถูกกลั่นออกมาบีบคั้นหัวใจเราอยู่เป็นพักๆ

จำได้ว่าความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ฟังเพลงนี้ "ขนลุก"
เมื่อทุกอย่างมันบีบคั้น มันเศร้าจนถึงขีดสุด
จนถึงคำพูดสุดท้ายในเพลงที่บอกว่า ..อ ย า ก ต า ย
มันทำให้เกิดการตั้งคำถาม อย่างสงสัย

ถ้าเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมอยู่แล้ว
จะเกิดเหตุการณ์อื่นใดที่นอกเหนือการควบคุมตามมาหรือไม่

เป็นการตั้งคำถามถึง
จรรยาบรรณวิชาชีพครับ
ในทุกวัน ผู้คนมากมายเสพสื่อที่มีแต่ข่าวฆ่ากันตายอย่างโหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
หรือพวกเขารู้สึกว่าความรุนแรงมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว?

ไม่เถียงนะครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นหน้าที่ของสื่อที่ต้องนำเสนอความจริง

ผมก็แค่สงสัยของผมเองและนึกในใจเบาๆว่า
ขนาดเราไม่ได้อกหักอะไร แต่พอฟังคำว่า อ ย า ก ต า ย ในเพลงนี้ทีไร
ขนลุกชูชัน และความคิดที่ว่า อยากตาย มันแวบเข้ามาในหัวทุกที
ทุกอย่างลงตัวมากๆ เริ่มจากความเครียด ความบีบคั้น กดดัน และสุดท้าย..

 มันต้องมี คนที่ฟังแล้วอยากฆ่าตัวตายเหมือนอย่างผมมั่งแหละน่า

น่ากลัวนะครับ
มันน่ากลัวจนอยากให้มีการจัดเรทเพลงกันเลยทีเดียว


------------------------------------------------------------------------

 
" แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ - อ๊อฟ ปองศักดิ์ Aof "
 
ไม่ใช่นิยายไม่ใช่ละคร
ที่ฉันมองเห็นอยู่นี้ ที่แท้มันคือความจริง

คือคนสองคนที่บอกรักกัน
และคนในนั้นหนึ่งคนคือคนที่ฉัน รักหมดหัวใจ
 
สิ่งที่เธอแสดงทุกทุกถ้อยคำ เหมือนเธอนั้นพูดกับฉัน
แต่ผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่ฉัน
 
ฉันเหมือนคนไม่มีกำลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ
ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ
เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร
ไม่มีอีกแล้วกับเธอ ไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย
 
บทบาทของเธอ สิ่งที่เขาทำ
ทุกตอนมันเหมือนตอกย้ำ ให้ฉันต้องเสียน้ำตา
ภาพที่คุ้นเคยที่ที่คุ้นตา
น้ำเสียงที่เธอพูดจา ท่าทีเหล่านั้นฉันไม่เคยลืม
 
สิ่งที่เธอแสดงทุกทุกถ้อยคำ เหมือนเธอนั้นพูดกับฉัน
แต่ผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่ฉัน
 
ฉันเหมือนคนไม่มีกำลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ
ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ
เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร
ไม่มีอีกแล้ว กับเธอไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย
 
เสียใจแค่ไหน ถ้าอยากรู้บอกเธอได้คำเดียว... อยากตาย
 
--------------------------------------------------------------------
 
  
 
---------------------------------------------------------------------

July 06

ปฏิญญากรกฎาคม! ..เย้ยยย

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เผลอๆปี 2550 ก็ผ่านมา 6 เดือนแล้วนะคร๊าบบ
สวัสดีครึ่งปีใหม่ละกันนะ
ที่คิดจะทำ ได้เริ่มทำกันไปบ้างหรือยังน้อ

ได้ไอเดียมาจาก เวบไอ้แอนนนนน เรื่องปฏิญญากุมภาพันธ์
เป็นเรื่องของการตั้งใจทำเรื่องอะไรซักเรื่อง และเขียนมันไว้ว่าเราจะตั้งใจอะไร
อย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตมีอะไรที่ท้าทาย และไม่น่าเบื่อจนเกินไป
เอาซักเดือนนึงพอ แต่แค่เดือนเดียวก็ทำให้มันได้ก่อนเหอะ

เอาน่ะ ไหนๆเดือนนี้ก็พิเศษ เป็นเดือนเกิดคนในบ้านตั้งสามคน รวมผมเองด้วย
ดังนั้น มาทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างดีกว่า
เลยตั้ง ปฎิญญากรกฎาคม ของตัวเองไว้ดังนี้ เด้อ

1. ช่วงที่ผ่านมาทำงานหนัก แล้วยังแอบมาเล่นเน็ทจนนอนดึก ตาบวมเป็นหมีแพนด้า
เอาเป็นว่าตั้งแต่พรุ่งนี้(เพราะวันนี้ไม่ทันแล้วจ้า..) จะเข้านอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ทุกวัน

2. ปลดหนี้ให้หมดภายในสิ้นเดือน
เป็นหนี้บัตรจนเกิดสำนึก หามาใช้คืนจนใกล้หมดละล่ะ ถ้าเดือนนี้ประหยัดนะ หมดแน่ๆ
เพราะฉะนั้นเดือนนี้ต้องกินอยู่แบบควบคุมกันหน่อยล่ะ จะได้ปลดหนี้และมีเงินเก็บกะเขาซะที

3. ดูหนังให้ได้สัปดาห์ละเรื่อง อ่านหนังสือให้จบสัก 2 เล่ม และสร้างที่อยู่ให้โมเดลซะ ..เกี่ยวไรฟระ!?
เกี่ยวนะเรื่องการให้รางวัลกับตัวเอง ซึ่งช่วงนี้ไม่ค่อยว่างได้ทำสิ่งเหล่านี้เลย

เอาน่ะ ลองดู อย่างน้อยการที่ได้เขียนไป มันก็คือการได้ตั้งใจที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
ใครอยากลอง ก็ลองเอาไปทำดูได้ เด้อ หนุกหนานๆ
ไม่มีกฏตายตัวว่าต้องมีกี่ข้อ และนานเท่าไหร่ ทุกอย่างเรากำหนด
และไม่ว่าผลมันจะออกมาแบบไหน เราก็ได้ตั้งใจ และเริ่มต้นมันแล้ว

สู้เว้ยยย!!

----------------------------------------------------------------------------- 

 

June 30

มาฟังธรรมมะกันเถอะ!! : Buddha Bless!!

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 
คุณว่าไหม?
ชีวิตหลังวัยเรียนมันช่าง ยาก และวุ่นวายเหลือเกิน
เป็นไปได้อยากกลับไปเป็นเด็กๆอีกครั้ง
 
อาจเพราะมีอาจารย์คอยดูแล และคอยแก้ให้ยามสอบตกหรือติด F
ทำให้เมื่อพ้นผ่านช่วงนั้นมาสู่การใช้ชีวิตจริง ทำงานจริง ในสถานที่จริง
มันช่างเคว้งคว้างเหลือเกิน
 
ต้องทดลองด้วยตัวเอง ผิดพลาดเมื่อไหร่ก็ไม่มีให้แก้ใหม่อีกแล้ว
นี่ละมั๊งที่เขาเรียกกันว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
กับการที่สามัญสำนึกมันคอยถามตัวเองอยู่ตลอดว่า "ชีวิตเอ็งต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างได้แล้ว"
 
ลองผิดลองถูก ลองไปลองมา
จะพบปัญหามันก็ช่วงนี้ล่ะ
 
ปัญหาที่หลายๆคนพบก็คงไม่พ้น
เรื่องงาน เรื่องเงิน ไม่ก็เรื่องคน
คนรัก คนในครอบครัว หรือคนที่ต้องร่วมงานด้วย
 
และอาจเลือกแก้ปัญหาโดยการ
ย้ายงาน เรียนต่อ หรือทำธุรกิจส่วนตัว
มันก็มีอยู่ไม่กี่ทางที่เลือกกัน
 
ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็แล้วแต่
มันคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และมันคงทำให้คุณโล่ง
 
ช่วงชีวิตที่ใครๆก็พบปัญหานี่ล่ะมั๊ง
เขาเลยเรียกกันว่าเบญจเพส
มันคือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตเรานั่นเอง
 
ใครที่กำลังเจอปัญหาอยู่ "สู้ๆ" นะครับ
เป็นกำลังใจให้
 
นี่ก็กำลังคิดที่จะย้ายงานเช่นกัน
เอาวะ! มันต้องลองกันสักตั้ง
 
ชอบอันนี้จัง เลยเอาให้อ่านกันเพลินๆละกันนะ
อ่านไปอ่านมา เออ..ว่าแล้วก็หันมาฟังธรรมมะกันดีไหม??
 
--------------------------------------------------------------
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก เเต่ถ้าฟัง เบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย เเต่ถ้าฟัง นัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส เเต่ถ้าฟัง ติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!
ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี เเต่ถ้าฟัง เเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม
--------------------------------------------------------------
 
วันนี้วันเกิดแม่ผมครับ
แม่แก่ขึ้นทุกปี ขอให้แม่สุขภาพดีๆ
แข็งแรงตลอดปีและตลอดไป
รักแม่มากนะครับ
แต่แม่ขี้อาย ขอกอดทีไรไม่เคยได้กอดเลย
สุขสันต์วันเกิดนะครับ จุ๊บๆ
 
--------------------------------------------------------------
June 26

หมาหงอย หมาคอย หมาใคร ?

 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ที่หน้าปากซอย
ทุกๆคืน
จะมีหมาไทยพันธ์ผสมสีน้ำตาลแก่ๆตัวหนึ่ง
มันนั่งอยู่ที่นี่ทุกคืน มาเป็นเวลาหลายอาทิตย์แล้ว
ไม่ไล่กัดใคร
มันนั่งของมันอยู่อย่างนั้น
เหมือนรอคอยใครซักคน
...
...
...
 
ค   อ   ย
 
...
...
...
 
ค   อ   ย
 
...
...
...
 
แ  ล  ะ  ค   อ   ย
 
...
...
...
 
คุณก็รู้
การรอคอย ที่ไม่มีจุดหมาย
มันคือความทรมาน
 
การได้ทำในสิ่งที่ไม่รู้ในจุดหมายก็เช่นกัน
 
วันนี้..
หมาตัวนั้นไม่อยู่แล้ว
ไม่มีใครรู้ว่ามันไปไหน
สมหวังกับสิ่งที่มันรอคอยหรือไม่
 
แต่พอเก็บเอาเรื่องของมันมาคิดทีไร
ผมว่าบางที..
เราก็มีอะไรบางอย่างคล้ายๆมัน
เหมือนกันนะ ^_^
 
-------------------------------------------------
June 23

โครงการที่ไม่น่าสนใจ : An uninterest project

 
เวลานี้... บรรดาความฝันเก่าๆของผม
เริ่มถูกทยอยหยิบออกมาปัดฝุ่นเสียใหม่
แล้วเรียงรายไว้เป็นตัวเลือก
 
ใช่แล้ว 
มันมีทั้งโครงการที่น่าสนใจและไม่น่าสนใจ
 
กับคำถามของชีวิต..
ถ้าเราตัดตัวเลือกออกไปจนหมด และคิดว่ามันไม่เหลือทางแล้ว
"โครงการที่ไม่น่าสนใจ" อาจเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้
 
บางที คนเราก็หลงเป็น นักฆ่าความฝัน ของตัวเอง
และเลือกที่จะเก็บมันใส่ก้นหีบไว้ เพราะไม่น่าสนใจ
 
เวลานี้... ผมค้นพบว่า
ใต้หีบใบนั้น 
มีโครงการดีๆ หลายชิ้น
รอเราหยิบออกมาปัดฝุ่นใหม่อยู่ ^_^
 
ปล.ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค้าบบบ
 
------------------------------------------------------------------------------
 
ถึงพี่ประภาส
     น้องชายดิฉันจบด้านสื่อสารมวลชน ตอนเรียนเขาก็ดูไฟแรงดี พอจบมาแล้วกลายเป็นคนขี้เกียจไปได้อย่างไรไม่รู้ พยายามบอกให้เขาลุกขึ้นทำอะไรบ้าง แม่ก็อยากให้ไปทำงานบริษัท เขาก็บอกว่าไม่อยากเป็นลูกน้องใคร บอกให้ลองลงทุนทำอะไรเองหรือไม่ก็คิดเรื่องใหม่ๆ หรือแต่งเพลงออกมาสักม้วนอย่างที่เคยทำสมัยเรียน เขาก็เอาแต่กวนประสาทบอกว่าสมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน คิดอะไรไปก็มีคนทำหมดแล้ว เพลงรักเพลงเพื่อชีวิตก็ถูกแต่งหมดแล้ว ไม่รู้จะแต่งอะไรอีก จะให้ค้าขายอะไรเขาก็บอกว่าอันนี้ก็ทำไม่ได้ อันนั้นก็ไม่น่าทำ ฟังแล้วท้อค่ะ บางทีดิฉันมีโปรเจ็คต์ดีๆ ไปชวนเขาทำ เขาก็เบรกเราเสียเราเองก็ไม่กล้าทำตามเขาไปเลย พี่ประภาส พอจะมีอะไรแนะนำให้ต่อกรกับคนแบบนี้บ้าง
นุช 

-----------------------------------------------------------------------------
 
เคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ้างไหมครับ บทสนทนาในละครฉากเล็กๆ ของชีวิตจริง
 
ลูกชาย - " พ่อ เห็นตึกสี่ชั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้านนั้นไหมครับ เขาติดประกาศขายแล้ว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย หน้ามันกว้างดี จอดรถน่าจะได้สองคันสบายๆ เลยนะพ่อ "
พ่อ     - " ไหน ... หลังไหน ร้านหนังสือเก่านั่นน่ะเหรอ ละเมอไปหรือเปล่า อย่างเราจะมีปัญญาซื้ออย่างไรไหว "
ลูกชาย - " ลองโทร. ไปถามหน่อยไม่ดีหรือ เผื่อเอาเข้าแบงก์แล้วขยับขยายร้านได้ใหญ่ขึ้น "
พ่อ     - " เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่าๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถอะ "
..................................
สามี   - " ไปเที่ยวยุโรปกันไหม กลางๆ ปีเขาว่าไม่หนาวมาก อยากไปเมืองนอกบ้าง "
ภรรยา - " ไปต่างประเทศ คุณจะมีเวลาหรือ แล้วเรื่องเงินอีก ไหนจะค่าตั๋ว ค่าที่พัก แล้วยังต้องซื้อของฝากคนอื่นอีกล่ะ โอ้ย ... ยุ่งยากเปล่าๆ อย่าคิดอะไรเกินตัวนักสิ "
..................................
น้อง - " พินัยกรรมสรุปออกมาแล้ว คุณป้าท่านยกเงินให้เราแสนหนึ่งน่ะ "
พี่    - " แสนหนึ่ง ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม แล้วก็ต้องผ่อนรถที่เหลืออีกสามสี่เดือน จะไปเหลือสักเท่าไหร่ ไม่เห็นน่าดีใจเลย "
..................................
อาจารย์ที่ปรึกษา - " อีกอาทิตย์เดียวก็สอบใหญ่แล้วนะ เธอนอนอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้น ขาดเรียนสิบกว่าครั้งอย่างนี้ อ่านทวนเยอะๆ หน่อยก็ดี ข้อสอบปีนี้ไม่ง่ายนะ "
นักศึกษา         - " อ่านอย่างไรอ่านก็ไม่ทันแล้วครับ หนังสือตั้งเกือบสิบเล่ม อาทิตย์เดียวจะไปอ่านทันได้อย่างไร ช่างมันเถอะครับอาจารย์ มันจะตกก็ให้มันตกไป อ่านไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว "
 
..................................
 
บางทีผมก็แอบเรียกคนมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ว่า " นักฆ่าความฝัน "

ในสังคมรอบๆ ตัวท่านผู้อ่านก็คงมีให้เห็นบ้างละครับ ทั้งแบบนักฆ่าสมัครเล่นที่มองอะไรก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้หมด กับพวกนักฆ่ามืออาชีพ พวกนี้ต่างจากมือสมัครเล่นก็คือไม่เพียงแต่มองไม่เห็นความเป็นไปได้แค่นั้น พวกนี้ยังออกโรงออกแรงค้านอย่างจริงจังจนทุกโครงการที่นักฝันคนไหนก็ตามเสนอขึ้นมาเป็นหมันตั้งแต่ออกจากปากแล้ว คุณนุชเขียนมาขอวิธีต่อกรกับพวกฆาตรกรความฝัน ยอมรับครับว่าทุกวันนี้ผมก็ยังผจญภัยกับคนเหล่านี้อยู่ วิธีคิดของผมก็คือ อย่ามองเขาเป็นศัตรู มองเขาเป็นเพื่อน มองเขาเป็นฝ่ายค้านที่มาช่วยติงช่วยติ แต่อย่ายอมให้เขาฆ่าความฝันเราได้นะครับที่สำคัญที่สุดหากเราทำให้ฝันที่เขาคิดว่าเป็นจริงไม่ได้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างให้เขาได้เห็นบ่อยๆ ต่อไปเขาก็จะไม่กล้าฆ่าความฝันใคร แม้แต่ของตัวเอง
 
มีกรณีศึกษาจากนักจิตวิทยาที่ผมเคยอ่านเจอ นักฆ่าความฝันพวกนี้มักมีปมในวัยเด็กกับประสบการณ์แย่ๆ เช่น พ่อกับแม่ชอบสัญญิงสัญญาอะไรกับเขาแล้วไม่เคยทำได้สักครั้ง คงเคยเห็นใช่ไหมครับพ่อแม่ที่รับปากลูกไปวันๆ ฝันอันงดงามในความรู้สึกของเด็กจึงกลายเป็นฝันลมๆ แล้งๆ แทบทุกครั้ง หนักเข้าก็เริ่มไม่วางใจใคร สุดท้ายการมองโลกในแง่ร้ายก็เลยฝังลึกลงก้นบึ้งจิตใจ
 
ไม่มีอะไรแนะนำมากกว่านี้ครับ นอกจากขออนุญาตเล่าถึงโครงการแปลกๆ ในอดีตให้ฟังกัน ฝากเอาไปเล่าให้น้องชายคุณนุชฟังอีกต่อด้วยนะครับ โครงการพวกนี้ล้วนเคยเป็น โครงการที่ไม่น่าสนใจ แทบทั้งสิ้นครับ
 
อากิโอะ โมริตะ ประธานฯ บริษัทโซนี่มองเห็นอีฟูกะ ผู้ร่วมก่อตั้งโซนี่อีกคนหนึ่งชอบหิ้วเครื่องเล่นเทปพร้อมกับหูฟังติดอยู่ที่หูเดินไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย จึงออกปากถามถึงเหตุผล อีฟูกะบอกว่าเขาชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เดินไปนั่งตรงไหนก็อยากเอาเพลงไปฟังด้วย แต่ไม่อยากเปิดเบาๆ และก็ไม่อยากให้หนวกหูคนอื่นจึงจำใจต้องใช้หูฟัง อากิโอะ ได้ยินเข้าจึงเกิดความคิดสว่างวาบขึ้นที่จะทำสินค้าออกขาย โดยคิดย่อเครื่องเล่นเทปให้เล็กลง พร้อมหูฟังที่เล็กลงด้วย
ใช่ครับ จุดกำเนิดซาวน์ อะเบาต์ มันเกิดง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ
แต่ฝ่ายการตลาดไม่เห็นด้วยกับสินค้าตัวนี้ คำวิจารณ์แรงๆ ก็คือ "จะมีใครที่ไหนโง่มาซื้อเครื่องเล่นเทปที่ไม่มีส่วนของการบันทึกเสียง" อากิโอะไม่คิดอย่างนั้น เขาไม่ยอมให้ใครฆ่าความฝันของเขา เขาเชื่อว่าซาวน์อะเบาต์นั้นมีไว้เพื่อฟังไม่ใช่เพื่ออัด การจะใส่ส่วนของการบันทึกเสียงลงไปด้วยจะทำให้เครื่องใหญ่ขึ้น และเพื่อไม่ให้ทะเลาะกับฝ่ายการตลาด
เขาขอเป้าการขายเพียงแค่ปีละหนึ่งแสนเครื่องเท่านั้นและไม่ต้องทุ่มโฆษณาให้สินค้าตัวนี้มากนักด้วย ปีแรกที่วางตลาดซาวน์อะเบาต์ทำยอดจำหน่ายให้โซนี่เท่าไหร่รู้ไหมครับ

สี่ล้านเครื่อง!
 
เรื่องราวของอากิโอะนั้นคล้ายๆ กับบิล เลียร์ แต่ตอนจบกลับไม่เหมือนกัน
บิล เลียร์ คิดเรื่องวิทยุติดรถยนต์ขึ้นมาครั้งแรก คนรอบๆ ข้างเขาต่างรุมถล่มความฝันอันบรรเจิดของเขาอย่างหูดับตับไหม้ ความเห็นที่มองไปทางเดียวกันก็คือ "มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้คนจะติดวิทยุไว้ในรถ เพราะมันจะทำให้คนขับเสียสมาธิได้" ไม่รู้ว่าเลียร์ไม่หนักแน่นพอหรือนักฆ่าพวกนั้นออกอาวุธหนักเสียจนเลียร์ตั้งตัวไม่ติด เขายอมขายความคิดนี้ให้กับบริษัทกัลวิน แมนูแฟคเตอร์ไปหลังจากร่ำรวยจากวิทยุติดรถยนต์ บริษัทกัลวินนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โมโตโรลา บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในวงการโทรศัพท์มือถือตอนนี้
 
พูดถึงโทรศัพท์มือถือ นี่ถ้าเกรแฮมเบลล์ ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์รู้ว่าทุกวันนี้มีคนบนโลกใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียว เขาคงดีใจที่สุด เพราะตอนที่เบลล์ เพิ่งทดลองโทรศัพท์ข้ามแม่น้ำสำเร็จใหม่ๆ เมื่อร้อยสามสิบปีก่อน นายกเทศมนตรีให้สัมภาษณ์นักข่าวดูแคลนสิ่งประดิษฐ์ของเบลล์ว่า
"ของเล่นอันนี้มันก็ดีอยู่หรอกแต่มันจะใช้ทำอะไรได้"
 
ปี พ.ศ. 2505 บริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ เดคค้า เรคคอร์ด ปฏิเสธงานของวงดนตรีหน้าใหม่ที่ชือ เดอะบีตเทิลส์ด้วยเหตุผลว่า "เพลงที่เล่นด้วยกีต้าร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
 
ใกล้ๆ ตัวนี่เลยครับ จา พนม ที่กำลังเนื้อหอมในต่างประเทศจากหนังเรื่ององค์บาก ก็เคยถูกคำวิจารณ์จากบริษัทเก่าที่จา เคยเซ็นสัญญาด้วยว่า "เขาไม่มีเสน่ห์พอ ถ้าจะทำหนังให้เขาเล่น เขาต้องประกบกับพระเอกที่หล่อกว่าเขา" ไม่รู้ปรัชญา ปิ่นแก้วผู้กำกับองค์บากประชดประชันหรือคิดอะไรอยู่ หลังจากมาเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ เขาให้จาเล่นหนังเรื่องแรกโดยประกบกับหม่ำ จ๊กมกเสียเลย
 
มองคำทักท้วงหล่านี้เป็นมิตรสิครับ แล้วเอาชนะมันให้เขาเห็น
 
เมื่อ 60 ปีก่อน โทมัส วัตสัน ประธานไอบีเอ็มยังเคยพูดถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยว่า "ตลาดของพีซีทั้งโลก น่าจะมีประมาณห้าเครื่องได้มั้ง" ดีนะครับที่สุดท้ายแล้วผู้บริการรุ่นหลังของไอบีเอ็มไม่ได้เชื่อคำพูดของวัตสัน
 
ประโยคสกัดดาวรุ่งประโยคสุดท้ายครับ เป็นของนักฝันชื่อดัง บิลส์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ฟังประโยคนี้แล้วอย่าหัวเราะดังนะครับ บิลส์ เกตส์ พูดไว้เมื่อปี พ.ศ. 2511 คนเรานี่บางทีก็เผลอเป็นนักฆ่าความฝันของตัวเองไปเหมือนกัน เขาพยากรณ์ถึงหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอนาคตว่า
 
"640 k ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับทุกๆ คน"

------------------------------------------------------------------------------
โครงการที่ไม่น่าสนใจ
คอลัมน์ คุยกับประภาส มติชนอาทิตย์สุขสรรค์ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
โดย ประภาส ชลศรานนท์
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548
 
 
 
Photo 1 of 9